…นายคงไม่รอความตายอยู่ในรถแบบนี้หรอกใช่ไหม?”
“ตอนนี้อยู่ในรถปลอดภัยที่สุดแล้วคุณหนู!” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางมองหลิ่วหรูเหมยอย่างเหยียดหยาม
หลิ่วหรูเหมยเห็นเย่เทียนเฉินมีท่าทางเช่นนี้กับตนก็โกรธถึงขีดสุด มือเล็กๆ อันงดงามทั้งสองกำแน่นกลายเป็นหมัด ชายคนนี้ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งยังไม่รู้จักรักหยกถนอมบุบผาเอาเสียเลย เมื่อปีนั้นแอบดูตนอาบน้ำ ตนก็ไม่ได้สืบสาวราวเรื่องให้เขารับผิดชอบ ตอนนี้ยังมาทำเช่นนี้กับตนอีก จะอย่างไรตนก็เป็นสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง จะเคยไม่อยู่ในสายตาของผู้ชายที่ไหนกัน?
เมื่อเจอกับการแสดงออกและน้ำเสียงการพูดของเย่เทียนเฉินที่รำคาญตนเสียเหลือเกิน ราวกับไม่อยากจะพูดกับตนอย่างไรอย่างนั้น หลิ่วหรูเหมยจะไม่โกรธได้อย่างไร
“งั้นนายออกไปช่วยหลิวอวี่กับหย่งชุนไท่เถอะ ไล่พวกศัตรูไปเร็วๆ หน่อย” หลิ่วหรูเหมยคิดครู่หนึ่งพลางกล่าวออกมา
“ถ้าฉันไปจากที่นี่ แล้วคนสมองหมูบางคนไม่มีใครคุ้มครอง คงตกใจจนร้องไห้ขี้มูกโป่ง!” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางมองหลิ่วหรูเหมย
“นาย นายสิสมองหมู สมองหมูตัวพ่อ สุดยอดสมองหมู” หลิ่วหรูเหมยโกรธจนเบะปากอันน่ารัก พูดออกมาอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อย
เย่เทียนเฉินขี้เกียจสนใจหลิ่วหรูเหมยอีกต่อไป แม้จะดูเหมือนว่าเขาไม่สนใจสถานการณ์การสู้รบอย่างดุเดือดท่ามกลางห่ากระสุนภายนอก แต่ความจริงได้แผ่ขยายพลังพิเศษแห่งการรับรู้ออกไปนานแล้ว รู้ถึงสถานการณ์ทั้งหมดราวกับฝ่า