เป็นท่าทางกลัดกลุ้มหาที่เปรียบของเย่เทียนเฉิน เธอถึงได้รู้สึกดีมาก ขอเพียงสามารถแกล้งเจ้าคนชั่วนี่ได้ เธอก็เบิกบานใจมากกว่าอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ได้ยินคำพูดของเย่เทียนนฉิน เธอไม่เพียงไม่โกรธ แต่กลับเม้มริมฝีปากอย่างเซ็กซี่ เปิดปากกล่าวอย่างมีชีวิตชีวาว่า “งั้นก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน ถ้าหากว่าฉันทำอาหาร ก็ไม่มีส่วนของนาย ไม่ใช่ว่านายไม่ชอบอาหารที่ฉันทำหรอกเหรอ? ฉันจำได้ ไม่รู้ว่าใครที่แอบกินกุ้งมังกรที่ฉันทำ แล้วก็ไม่รู้ว่าใครแอบกินผลไม้ในตู้เย็น วิ่งเข้าห้องน้ำทั้งคืน…”
“ฉีหรูเสวี่ย เธอกล้าวางแผนใส่ฉัน ฉันจะเอาคืนแน่” เย่เทียนเฉินคำรามด้วยความโมโหเล็กน้อย
“ชิ ด้วยไอคิวของนายนี่ จะทำได้เหรอ?” ฉีหรูเสวี่ยแลบลิ้นใส่เย่เทียนเฉิน ใช้สายตาเหยียดหยามอย่างยิ่งมองเย่เทียนเฉินพลางกล่าว
“พอแล้ว พอแล้ว ลูกสองคนอย่าเถียงกันอีกเลย พักสักหน่อยค่อยทำอาหารเถอะ ยังไงก็ไม่รีบ”
หลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่เห็นเย่เทียนเฉินลูกชายและฉีหรูเสวี่ยเถียงกันไปมาคนละหนึ่งประโยค ไม่มีใครยอมลงให้กัน ราวกับคู่รักคู่ศัตรูก็มิปาน นี่เป็นการมองอยู่ที่ตา สุขอยู่ที่ใจ อีกทั้งแต่ไหนแต่ไรมา การกระทำของฉีหรูเสวี่ยตอนที่อยู่บ้านตระกูลเย่ก็ล้วนแต่ไม่เลวเลย เบื้องหน้ารับแขก เบื้องหลังเข้าครัว หญิงสาวที่ดีงามเช่นนี้ หายากมากในสังคมปัจจุบัน อีกทั้งฉีหรูเสวี่ยยังเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ สามารถทำได้ถึงระดับนี้ จะมากน้อยก็ทำให้หลัวเยี่ยนรู้สึกซาบ