ว่าโอกาสมาถึงแล้ว เย่เทียนเฉินทำร้ายฉินเหิงจนมีสภาพเช่นนี้ ย่อมมิอาจรอดชีวิตไปได้แน่ ส่วนตนเองที่นำคนมาจับตัวเย่เทียนเฉินและส่งไปให้ตระกูลฉินลงโทษ ย่อมสามารถผูกสัมพันธ์อันดีกับตระกูลฉินได้ ถึงตอนนั้นอาจจะสามารถปืนป่ายกิ่งไม้ใหญ่อย่างตระกูลฉินได้ ทำให้อิทธิพลของตระกูลหลูของตนยกระดับไปอีกขั้น ส่วนเรื่องที่หลูวั่งลูกชายของตนถูกฉินเหิงทำร้ายนั้นก็ช่างมันเถิด
“เย่เทียนเฉิน คุณไม่คิดว่าตัวเองโอหังเกินไปหรือ?” หลูเซิ่งต๋ามองเย่เทียนเฉินอย่างโหดเหี้ยมพลางกล่าว
“โอหัง? ผมนั่งกินข้าวอยู่ที่นี่ ไม่ได้กวนใคร ไม่ได้หาเรื่องใคร ลูกชายคุณสิมาซุบซิบนินทาอยู่ที่นี่ ต่อหน้าทำอย่างลับหลังทำอีกอย่าง ใส่ร้ายป้ายสีให้ผมได้รับความเสียหาย ส่วนฉินเหิงยิ่งแล้วใหญ่ พาลูกน้องนักสู้คิดจะมาหาเรื่องผมถึงที่ ผมก็แค่ตอบโต้เล็กๆ น้อยๆ ก็แค่นั้น ผมอยากจะถามผู้อำนวยการหลูสักหน่อย ตกลงแล้วใครกันแน่ที่โอหัง?”
“เฮอะ คุณไม่คิดว่าคำพูดของตัวเองจะเกินไปหน่อยเหรอ? คุณคิดจริงๆ หรือว่าตัวเองจะเทียบกับฉินเหิงได้ ตระกูลเย่ของคุณสามารถยกขึ้นมาพูดพร้อมๆ ตระกูลฉินได้หรือ?” หลูเซิ่งต๋ากล่าวด้วยรอยยิ้มหยัน
เย่เทียนเฉินมองหลูเซิ่งต๋าครู่หนึ่ง เขารู้ว่าหลูเซิ่งต๋ายืนอยู่ฝั่งของตระกูลฉิน มิฉะนั้นคงไม่รีบนำกำลังตำรวจติดอาวุธมาอย่างรีบร้อนเช่นนี้ สำหรับเรื่องกระบวนการทางราชการของคนเหล่านี้ เย่เทียนเฉินเข้าใจหมดเปลือก ผู้อาวุโสตระกูลเย่เค