ะกูลที่มีหน้ามีตาสักเล็กน้อย ต่างก็มีกฏบ้านที่กำหนดแน่นอน หากไร้ซึ่งกฏบ้านก็มิอาจประสบความสำเร็จได้ เรื่องตำแหน่งในการนั่งกินข้าวหรือควรจะกินอย่างไรนั้นก็ล้วนมีอยู่ในข้อกำหนดทั้งหมด นี่เป็นการปฏิบัติของตระกูลที่มีระดับ อย่างน้อยก็ไม่กินข้าวด้วยท่าทางเช่นนี้เหมือนเย่เทียนเฉิน ไม่ทำตามข้อกำหนดเลยสักนิด คนที่เห็นทุกคนต่างก็อับจนคำพูด
“เทียนเฉิน เด็กอย่างลูกมีมารยาทกับเขาบ้างไหม?” เย่หงเห็นเย่หย่วนซานผู้เป็นบิดามองเย่เทียนเฉินด้วยรอยยิ้ม ก็นึกว่าบิดาโกรธ จึงรีบตำหนิเย่เทียนเฉินเสียงเข้ม
เย่เทียนเฉินเงยหน้าขึ้นมองเย่หงผู้เป็นพ่อ ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ตนเองก็กินได้ถูกต้อง ไม่ได้ตั้งใจแกล้งแสดงออกเช่นนี้เลยสักนิด แต่เป็นเพราะรู้สึกว่าอาหารของบ้านหลักตระกูลเย่นี่ทำได้ไม่เลวเลย เมื่อเห็นสายตาที่บิดามองมาทางตนเอง จะอย่างไรก็เข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย
“คุณปู่ กินเนื้อปูนี่หน่อยนะครับ รสชาติล้ำเลิศ ไม่เลวเลย…” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางส่งจานเนื้อปูผัดไปด้านหน้าเย่หย่วนซาน
“เจ้าลูกคนนี้…”
“พี่คะ…”
เย่หง หลัวเยี่ยนและเย่เฉี่ยนเหวิน ทั้งสามไม่คิดเลยว่าเย่เทียนเฉินจะพูดกับเย่หย่วนซานผู้เป็นปู่อย่างเป็นกันเองเช่นนี้ แม้ว่าจะเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่เย่หย่วนซานเป็นผู้อาสุโสในบ้าน และเป็นเสาหลักของตระกูล ตระกูลเย่ไม่มีใครกล้าพูดเช่นนี้กับผู้อาวุโส เย่เทียนเฉินเป็นคนแรก
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ผู้อาวุโสเย่หย่วน