ซานคนนี้ ในดวงตาและจิตใจของคนตระกูลเย่ ต่างก็อยู่สูงจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง และเกิดความเคารพอยู่ในใจ ไม่มีใครกล้าพูดกับเขาอย่างเป็นกันเองเช่นนี้
“เย่เทียนเฉิน ในสายตาของแกยังมีผู้อาวุโสอยู่ไหม ไร้มารยาทสิ้นดี” เย่มู่ไป๋ถือโอกาสกล่าวอย่างดุดัน
“ไม่เคารพผู้อาวุโสเลยสักนิด อกตัญญูจริงๆ” เย่เฮ่อกั๋วก็รีบสุมไฟกล่าว
เย่เทียนเฉินได้ยินคำพูดของเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋ว ก็รู้ว่าสองคนนี้คับแค้นตนเองอยู่ในใจ จึงต้องการจะแก้แค้น ตอนนี้จับหางได้เล็กน้อยก็คิดอยากที่จะใช้แรงแกว่ง อยากที่จะแกว่งให้ตนเองตายทั้งเป็น
“การเคารพไม่ได้อยู่ที่ปากแต่อยู่ที่ใจ ผมไม่เหมือนใครสองคน ที่ปากบอกว่าเคารพ ความจริงกลับทำเรื่องบางอย่างที่ทำให้ผู้อาวุโสโมโหแทบตาย ผมว่าผู้อาวุโสกินให้เยอะขึ้นอีกหน่อย ดูแลรักษาสุขภาพไว้เป็นดีที่สุด!” เย่เทียนเฉินกล่าวกับเย่หย่วนซานด้วยรอยยิ้ม
“พ่อครับ ไอ้หลานอกตัญญูมันบ้าไปแล้ว…”
“ไม่ใช้กฏบ้านลงโทษไม่ได้นะครับ…”
“หุบปากซะ ถ้าพวกแกสองคนกล้าพูดมากอีกคำเดียว ก็ไสหัวออกไปจากบ้านหลักตระกูลเย่ซะ!” เย่หย่วนซานหันมามองลูกชายคนโตเย่มู่ไป๋กับลูกชายคนที่สองเย่เฮ่อกั๋วอย่างดุดันพลางตะโกนออกมา
เย่มู่ไป๋กับเย่เฮ่อกั๋ว ทั้งสองต่างก็ตกใจจนชะงักไป ไม่กล้าพูดอะไรมากอีก ตอนนี้ผู้อาวุโสเย่หย่วนซานยืนอยู่ฝั่งน้องสามเย่หงโดยสิ้นเชิง ตำแหน่งฐานะของพวกเขาสองคนยิ่งตกต่ำลงทุกวัน
“พ่อคะ เทียนเฉินลูกคนนี้ก็เป็นแบบนี้