นอื่นที่มีฝีมือเฉกเช่นอู๋เสวี่ย คงจะไม่ตรงไปตรงมาแบบนี้แน่ กล่าวได้ว่าอู๋เสวี่ยเป็นนักฆ่าที่มีมนุษยธรรมคนหนึ่ง และไม่ใช่คนที่รักตัวกลัวตายด้วย
ในขณะที่มองเย่เทียนเฉินหมุนตัวเดินจากไป อู๋เสวี่ยก็ตกตะลึงครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าชายผู้ที่เป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวงคนนี้ มีความแข็งกร้าวของผู้ทรงอำนาจที่อธิบายไม่ถูก เขาไม่กลัวการถูกคนลอบสังหาร มีหลักการของตนเอง ฝีมือสูงส่ง ไม่แยแสใครจะว่าอย่างไร
“ตระกูลลั่วส่งฉันมา ครั้งนี้ฉันฆ่าแกไม่ได้ ตระกูลลั่วคงยังมีทางอื่นอีก” อู๋เสวี่ยลุกขึ้นยืน เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองแนหลังของเย่เทียนเฉิน
“ด้วยฝีมือของแก ฉันคิดว่าแกคงไม่ขาดเงิน พ่อลูกตระกูลลั่วล้วนต่ำช้าไร้ยางอาย แต่แกดันยอมรับการว่าจ้างของพวกมัน ฉันประหลาดใจจริงๆ” เย่เทียนนเฉินหันมามองอู๋เสวี่ยพลางกล่าว
อู๋เสวี่ยมองเย่เทียนเฉินครู่หนึ่ง พร้อมกับถอนหายใจ พูดว่า “ตั้งแต่เด็กฉันก็เป็นเด็กกำพร้า ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อบุญธรรมจนเติบใหญ่ พ่อบุญธรรมถูกขังอยู่ในคุกของเมืองหลวง ลั่วซงเฉิงรับปากกับฉันว่าขอแค่ฉันฆ่าแกได้ จะช่วยปล่อยพ่อบุญธรรมของฉันออกมา!”
“พ่อบุญธรรมของนายชื่ออะไร?” เย่เทียนเฉินคิดครู่หนึ่งก่อนจะถาม
“หยางไห่!”
“เอาแบบนี้แล้วกัน แกไปช่วยฉันฆ่าคนสองคน ฉันจะหาวิธีทำให้พ่อบุญธรรมแกออกจากคุก” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฆ่าใคร?” อู๋เสวี่ยมองเย่เทียนเฉินพลางถาม
“ลั่วเหลยกับลั่วเทา” เย่เทีย