ฏิกริยาขึ้นมา ต่างก็มองเย่เทียนเฉินแปลกๆ คิดถึงคำพูดเมื่อสักครู้นี้ของเย่เทียนเฉิน ในใจก็รู้ไม่พอใจ
“คนแปลกหน้า? พวกเราเป็นคนแปลกหน้าสำหรับแกงั้นเรอะ? ไอ้คนไม่มีสัมมาคารวะ”
“สะใภ้สาม บ้านเธอไม่มีการสอนกันในครอบครัวรึไง? เจอผู้ใหญ่ไม่รู้จักถามสารทุกข์สุขดิบ ถ้าเรื่องนี้หลดออกไปคนอื่นจะมองพวกเราตระกูลเย่ยังไง”
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋ว หลัวเยี่ยนกำลังคิดอยากจะโต้กลับสักหลายประโยค เมื่อสักครู่นี้พวกเขาทำเกินไป มองพวกเธอเป็นคนในครอบครัวที่ไหนกัน ต่อให้ไม่ได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ก็ไม่ควรจะซ้ำเติม พวกเขาจะอย่างไรก็มีฐานะเป็นญาติผู้ใหญ่ของเย่เทียนเฉิน ไม่เพียงไม่ช่วยคิดหาวิธีช่วยเหลือ ซ้ำยังพูดจาถากถางแดกดัน เป็นใครก็ต้องโมโห
โครม!
หลัวเยี่ยนยังไม่ได้พูดอะไร เย่เทียนเฉินก็ขวางเธอไว้ แล้วเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ถีบโต๊ะกินข้าวล้มลง ทำให้เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วตกใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าเย่เทียนเฉินจะกล้าขนาดนี้ ถึงกับกล้าอวดดีต่อหน้าผู้อาวุโส
“เป็นเพราะมีสวะอย่างพวกคุณสองคน ถึงทำให้ตระกูลเย่ที่สามัคคีกันต้องกลายเป็นแบบนี้ คนในครอบครัวตัวเองเกิดเรื่อง ไม่เพียงไม่ช่วยคิดหาวิธี ยังจะซ้ำเติมเข้าไปอีก พูดจาบิดเบือนความเป็นจริง ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปถึงจะทำให้ทุกตระกูลในเมืองหลวงหัวเราะเยาะตระกูลเย่ของพวกเรา ผมล่ะเสียใจกับตระกูลเย่จริงๆ ที่มีสวะที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตนอย่างพวกคุณส