องคน” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงทุ้มต่ำ
“แก…อวดดี นี่เป็นท่าทางที่แกใช้พูดกับผู้ใหญ่เหรอ?” เย่มู่ไป๋ที่โกรธจนใบหน้าซีดขาวตะโกนออกมา
“ไอ้คนไม่รู้จักสัมมาคารวะ กล้าลงไม้ลงมือต่อหน้าผู้อาวุโส อยากจะถูกลงโทษด้วยกฏบ้านใช่ไหม?” เย่เฮ่อกั๋วที่โกรธจนตัวสั่นก็ด่าออกมาเช่นกัน
เปรี้ยง!
เย่เทียนเฉินใช่ฝ่ามือตบใส่เสาหินด้านข้าง ทันใดนั้นเสาหินก็เกิดรอยปริแตก หากไม่คิดว่าเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วเป็นพี่ชายของพ่อ เย่เทียนเฉินก็คงตบใส่ร่างของสองคนนี้ไปตั้งแต่แรกแล้ว สวะของตระกูลเย่ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขา ตระกูลเย่จะตกต่ำจนเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร
การที่เย่หย่วนซานเกษียณออกจากตำแหน่ง ก็เพื่อที่จะเบิกทางให้แก่ลูกชายทั้งสาม เพียงแต่น่าเสียดายที่ลูกชายคนโตเย่มู่ไป๋และลูกชายคนรองเย่เฮ่อกั๋วรู้จักแต่ช่วงชิงทรัพย์สินครอบครัว กีดกันลูกชายคนที่สามเย่หงทุกวิถีทาง สิ่งเหล่านี้เย่หย่วนซานต่างก็รับรู้ แต่ทุกคนต่างก็เป็นลูกชายของตนเอง จะร้ายจะดีก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข เขาไม่รู้จะทำเช่นไร จึงได้แต่มองดูเหตุการณ์เช่นนี้ดำเนินต่อไป
“กฏบ้าน? กฏบ้านที่ดูแลไม่ได้แม้แต่คนไม่อาไหนอย่างพวกคุณ ผมว่ากฏบ้านไม่ต้องมีก็ได้” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงดัง
เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วตกใจจนแทบจะหงายหลัง เดิมทีพวกเขาคิดจะใช้ฐานะญาติผู้ใหญ่สั่งสอนเย่เทียนเฉิน ไหนเลยจะรู้ว่าเย่เทียนเฉินที่อยู่ตรงหน้านี้จะไม่ใช่คนที่พวกเขาจะสั่งสอนได้
“พ่อครับ พ่อดูไอ