้เด็กไม่ได้ความนี่สิ ทำตัวเลยเถิดเกินไปแล้ว”
“พ่อครับ มันกล้าอวดดีต่อหน้าพ่อ ต่อไปไม่แน่ว่าจะสร้างปัญหาให้กับตระกูลเย่ของพวกเราแน่ ไม่สั่งสอนไม่ได้นะครับ”
เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วที่กลัวเย่เทียนเฉิน ได้แต่ขอความช่วยเหลือจากเย่หย่วนซาน อย่างไรเสียเย่หย่วนซานก็เป็นผู้อาวุโสตระกูลเย่ เป็นกระดูกสันหลังของตระกูลเย่ทั้งตระกูล
“เทียนเฉิน หลานไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ปู่ยังคิดจะหาความสัมพันธ์สมัยก่อนช่วยเหลือหลานออกมาจากสถานีตำรวจอยู่พอดีเลย!” เย่หย่วนซานมองเย่เทียนเฉินแวบหนึ่ง อย่างไรเสียก็เป็นหลานชายของตนเอง เขาคงไม่อาจทนเห็นหลานชายถูกผู้อื่นฆ่าได้จริงๆ ได้แน่ สำหรับความ ‘อวดดี’ ของเย่เทียนเฉินนั้น เย่หย่วนซานรู้ดีแก่ใจว่าลูกชายคนโตและลูกชายคนรองก็ทำเกินไปจริงๆ อย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน
“งั้นเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องขอบคุณผู้อาวุโสมาก ผมยังมีธุระ ขอตัวก่อนะ!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
เมื่อเย่หย่วนซานได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉินก็ขมวดคิ้วไม่หยุด ไม่เคยมีลูกหลานคนไหนกล้าพูดกับตนเองเช่นนี้มาก่อน เขาอยากจะระเบิดอารมณ์ แต่ก็คิดว่าในช่วงหลายปีมานี้รู้สึกผิดต่อครอบครัวของลูกสามมากจริงๆ จึงได้พูดว่า “คราวนี้หลานบ้าบิ่นมากที่ไปทำร้ายหลานชายสองคนของตระกูลลั่ว ลั่วซงเฉิงเป็นคนที่รักพวกพ้องมาก ไม่ยอมจบง่ายๆแน่ หากอยากจะจัดการเรื่องนี้ เป็นเรื่องยากมาก”
“ใช่แล้ว ตอนนี้อำนาจของตระกูลลั่ว