กำลังรุ่งเรือง แกกล้าไปทำร้ายคนของตระกูลลั่ว รนหาที่ตายรึไง?”
“ลั่วซงเฉิงมีอิทธิพลมาก การเลือกตั้งคณะกรรมาธิการทหารครั้งนี้มีโอกาสมากที่จะมีเขาอยู่ด้วย ถึงตอนนั้นตระกูลเย่ของพวกเราเกรงว่าจะทำได้แค่ก้มหน้ารับกรรม”
ยังไม่ทันรอให้เย่เทียนเฉินพูด เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วก็เริ่มใส่สีตีไข่ การที่เย่เทียนเฉินกล้ามาใช้ท่าทางแบบนี้กับพวกเขา ในใจของพวกเขาย่อมไม่พอใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ได้แต่เพียงชักจูงผู้อาวุโสให้ปรามเย่เทียนเฉิน
“งั้นในสายตาของพวกคุณสองคน เรื่องนี้จะทำยังไงดีล่ะ?” เย่เทียนเฉินจงใจกล่าวถามด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“เฮอะ ตระกูลลั่วในตอนนี้พวกเราไม่สามารถไปหาเรื่องด้วยได้ แกไปยอมรับโทษที่ตระกูลเย่ด้วยตัวเองซะ” เย่มู่ไป๋ร้องหึครั้งหนึ่ง พอเห็นว่าเย่เทียนเฉินคล้ยกับรู้สึกลัวขึ้นมาแล้ว ก็เอ่ยปากตอบ
“ใช่แล้ว พวกเราไปกันทั้งตระกูล แบบนี้ถึงจะแสดงถึงความจริงใจได้ สุดท้ายจะลงโทษแกยังไงก็แล้วแต่ตระกูลลั่วแล้ว” เย่เฮ่อกั๋วเองก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไสหัวไป!” เย่เทียนเฉินตะโกนด่าเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วอย่างอดไม่ไหว
เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วต่างก็รู้สึกตกใจ เย่เทียนเฉินในตอนนี้ไม่เหมือนกับหลานชายเลยสักนิด กลับมีลักษณะของหัวหน้าครอบครัว เย่เทียนเฉินมองพวกเขาด้วยความโกรธเคือง ก่อนจะด่าต่อไปว่า “ตอนแรกผมก็คิดว่าผมเป็นคนไม่เอาไหน เป็นขยะคนหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าพวกคุณสองคนเป็นเศษสวะของจริง เมื่อก่อนตระ