กูลเย่ของเราเเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง ต่อให้ตอนนี้ตกต่ำลง แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่เอาคนทั้งตระกูลไปขอขมาผู้อื่นถึงหน้าบ้าน แบบนี้จะเอาหน้าตาของตระกูลเย่ของพวกเราไปไว้ที่ไหน? ส่งเสริมความทะเยอทะยานของผู้อื่น ทำลายอำนาจของตนเอง นี่สิถึงจะเป็นทำให้ผู้คนต้องหัวเราะเยาะอย่างแท้จริง”
เย่เทียนเฉินด่าจนเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วใบหน้าซีดขาว กระทั่งผู้อาวุโสเย่หย่วนซานก็ต้องสั่นสะท้าน หลายปีมานี้เขาค่อยๆ แก่ลงทุกวัน อีกทั้งไม่มีอำนาจอยู่ในมือมานาน จิตใจก็ค่อยๆ อ่อนลง การด่าของเย่เทียนเฉิน ทำให้เขาหาความภาคภูมิใจในอดีตพบ ในตอนที่ตนมีอำนาจ ใครหน้าไหนกล้ามาหาเรื่องตระกูลเย่บ้าง? ไม่เหมือนกับตอนนี้ กระทั่งพวกอันธพาลจากอิทธิพลใต้ดินของเมืองหลวงก็ไม่เห็นตระกูลเย่อยู่ในสายตา
“เทียนเฉินเอ้ย อยู่กินข้าวเย็นกันก่อนเถอะ” เย่หย่วนซานพลันงรู้สึกว่าหลานชายคนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เด็กเสเพลปอดแหกในอดีต ตอนนี้มีบรรยากาศมีความกล้าแกร่งอยู่หลายส่วน ถึงขั้นมีมากกว่าลูกชายทั้งสามคนของตนเองด้วยซ้ำ บางทีในอนาคตเย่เทียนเฉินยังจำเป็นต้องให้เขาคอยส่งเสริม
“ไม่ต้องหรอกครับผู้อาวุโส จากนี้ไปเรื่องของครอบครัวผม ผมจะแก้ปัญหาเอง ไม่รบกวนคุณหรอก!”
พูดจบ เย่เทียนเฉินก็ไม่สนใจคนอื่นอีก จูงมือหลัวเยี่ยนผู้เป็นแม่เดินออกจากห้องโถงของบ้านหลักไป เห็นดังนั้นเย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วก็ตกตะลึง เย่เทียนเฉินอวดดีเช่นนี้ เย่หย่วนซานผู้เป็