นี่ฉันลงจากเครื่องก็รีบมาเลยนะ”
เย่เทียนเฉินเห็นสาวงามร่างสูงคนนั้นเดินเข้าไปในตึกใหญ่กับยาม ดูเวลาก็ใกล้จะถึงเวลาที่นัดกับตระกูลฉีไว้แล้ว เดิมทีเย่เทียนเฉินไม่ได้อยากมาที่เครือไห่หวัง ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้มีความสนใจจะเป็นประธานกรรมการอะไรนี่เลย แต่คำกล่าวของแม่ก็กล่าวได้ถูกต้อง ตอนนี้มีหุ้นของเครือไห่หวังอยู่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์ กลายเป็นประธานกรรมการที่แท้จริง หากว่าไม่ไปที่บริษัทเลย เกรงว่าบริษัทจะถูกผู้ไม่ประสงค์ดีฮุบไป ถึงอย่างไรหุ้นมากกว่าครึ่งของเครือไห่หวังเมื่อก่อนก็เคยเป็นของตระกูลฉี
ตอนที่เย่เทียนเฉินเดินเข้ามาในตึกใหญ่ของเครือไห่หวัง ก็พบว่าภายในตกแต่งได้อย่างหรูหราพอสมควร ทั้งยังสะอาดและเรียบร้อยเป็นพิเศษ ไม่มีของตกแต่งอะไรที่เกินความจำเป็นเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินเดินเข้ามา หญิงสาวสวมชุดทำงานคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ารับแขก กล่าวถามยิ้มๆ ว่า “คุณผู้ชาย มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
“อ่า ผมนัดกับฉีย่ากวงไว้ครับ บอกว่าจะประชุมกันที่ห้องประชุมใหญ่ ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหนเหรอครับ?” เย่เทียนเฉินถามด้วยรอยยิ้ม
“เอ๊ะ? คุณนัดกับประธารกรรมการฉีไว้เหรอคะ?”
เห็นได้ชัดว่าสาวสวยพนักงานต้อนรับคนนี้ ไม่เชื่อคำพูดของเย่เทียนเฉิน เครือไห่หวังมีตระกูลฉีครอบครองหุ้นอยู่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต์ ตลอดมาก็มีฉีย่ากวงผู้เป็นหลานคนโตและนายน้อยแห่งตระกูลฉีคอยดูแลจัดการ เป็