้ำนมคนหนึ่ง ช่างไม่รู้จักประมาณตนเสียเลย กล้าเสนอหน้าเข้ามายุ่ง ไม่ใช่เป็นการรนหาที่ตายหรอกเหรอ?
“เหอะ เจ้าเด็กนี่เป็นใคร? แม่งไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงหรือไง?”
“ดีจริง ฆ่าหนึ่งคนก็คือฆ่า ฆ่าสองคนก็คือฆ่า”
“กล้ามาแส่เรื่องของพวกเรา สงสัยจะเบื่อชีวิตแล้ว”
เย่เทียนเฉินไม่สนใจฟังคำพูดของพวกชายฉกรรจ์เหล่านั้น ในสายตาของเขา คนเหล่านี้จะกลายเป็นศพตอนไหนก็ได้
“จะให้เวลาพวกแกหนีสามวินาที ไม่งั้นมีคนตายแน่นอน” เย่เทียนเฉินพูดอย่างเรียบเฉย
“หืม? แม่งเอ้ย แกรู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร? กล้ามาวางท่าต่อหน้าพวกเราเหรอ เดี๋ยวพ่อฆ่าก่อนซะเลย”
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเดินมาหาเย่เทียนเฉิน เย่เทียนเฉินยักไหล่อย่างจนใจ เขาแค่อยากช่วยชายที่มีนิสัยกล้าหาญคนนี้สักครั้งเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะหลีกเลี่ยงการลงมือไม่ได้
ชายฉกรรจ์คนที่พุ่งเข้าไป มองเย่เทียนเฉินอย่างดุร้าย แล้วฟันมีดใส่เย่เทียนเฉิน เย่เทียนเฉินหัวเราะอย่างเย็นชา ใช้เท้าถีบเขาจนกระเด็นไปร้องคร่ำครวญกับพื้น ขณะเดียวกันก็หยิบมีดที่อยู่บนพื้นของชายฉกรรจ์ขึ้นมา จากนั้นก็มองหูหลงพลางกล่าวว่า “ฝีมือของคุณแข็งแกร่งกว่าพวกมัน เพียงแต่ใจยังไม่กล้าพอ”
หูหลงเองมองไปยังชายวัยรุ่นตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ชายคนนี้มีฝีมือสูงส่งมาก คาดว่าต่อให้ตนเองลงมืออย่างสุดกำลังก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
“คุณพูดถูก ฉันขี้ขลาดเกินไป” หูหลงก้มหน้าลมแล้วกล่าวออกมา
“ตอนนี้คุณถูกบีบถึงทางตันแล้ว แม้