แต่น้องสาวของตนเองก็ปกป้องไว้ไม่ได้ ยังมีอะไรต้องกลัวอีกเหรอ?” เย่เทียนเฉินกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
หลังจากได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน หูหลงก็ชะงักไป จากนั้นก็ลุกขึ้นยืน แล้วกำหมัดตนเองแน่น เย่เทียนเฉินกล่าวได้ถูกต้อง ตอนนี้แม้แต่ชีวิตของตนเองเขาก็ปกป้องไว้ไม่ได้ กระทั่งน้องสาวก็ดูแลไม่ไหว ยังจะมีอะไรให้กลัวอีก? คนพวกนี้กล้าบุกเข้ามา ต้องฆ่าทิ้งถึงจะถูก
ความจริงแล้วด้วยฝีมือของหูหลง ชายฉกรรจ์ห้าหกคนตรงหน้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย เขาที่ฝึกศิลปะการต่อตั้งแต่เด็ก การจัดการอันธพาลแปดคนสิบคนไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่ว่าเขาต้องปกป้องน้องสาว และกังวลว่าหลังจากอัดชายฉกรรจ์พวกนี้ไปแล้ว ความโกรธแค้นระหว่างเขากับหลี่เถี่ยจะล้ำลึกขึ้น แม้เขาจะไม่เกรงกลัวความตาย แต่ก็จำเป็นต้องคิดเผื่อน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ด้วย
เมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินเดินเข้ามาที่ละก้าวๆ ชายฉกรรจ์ผู้เป็นหัวหน้าก็ขมวดคิ้ว กล่าวถามอย่างเย็นชาว่า “แกเป็นใคร?”
“พวกแกไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ถ้ายังไม่ไปอีก มีคนคอหลุดจากบ่าแน่” เย่เทียนเฉินยังคงเดินไปพลางกล่าวไปพลาง
“ไปตายซะเถอะ!”
ทันใดนั้น ชายฉกรรจ์ที่ถูกเย่เทียนเฉินเตะไปกองกับพื้นก็ลุกขึ้นพร้อมกับเก็บมีดขึ้นมา ก่อนจะแทงไปยังหัวใจของเย่เทียนเฉิน
เสียงฉัวะที่เสียงมีดกรีดผิวหนังดังขึ้น เย่เทียนเฉินหมุนตัวหลบชายฉกรรจ์คนนั้นที่ลอบโจมตีตน พลางตวัดมีดสวนไป บริเวณลำคอของชายฉกรรจ์พลันมีเลือดพุ่งกระฉูดอ