างการแล้ว จากนี้ก็จะตั้งใจอยู่เป็นเพื่อนแม่กับน้อง ตอนนี้พวกเราไปบ้านเดิมตระกูลเย่กัน”
ได้ยินว่าตนปลดประจำการแล้ว ในใจหลัวเยี่ยนก็ยังรู้สึกดีใจ เริ่มแรกลูกชายยืนยันว่าจะไปเป็นทหารให้ได้ เธอก็ไม่เห็นด้วย รวมกับเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ ในใจของเธอก็ยิ่งไม่สบายใจ ตอนนี้ลูกชายปลดประจำการด้วยตัวเอง นี่เป็นเรื่องดี จะได้ลดความกังวลใจตลอดวันลงได้
“พี่ชาย ย้ายก็ย้าย อย่างมากพวกเราก็แค่ไม่ได้อยู่ในจิงตู ย้ายกันไปทั้งครอบครัว อยู่กันอย่างสบายอกสบายใจ” เย่เฉี่ยนเหวินกล่าวออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึงด้วยกลัวว่าพี่ชายจะไม่สบายใจ
“เทียนฉิน เรื่องตระกูลฉี มีพ่อของเธอไปจัดการให้ก็พอแล้ว พวกเราไม่ต้องไปยุ่งหรอก หิวแล้วใช่ไหม เดี๋ยวแม่ทำบะหมี่ไข่ไก่ที่ลูกชอบที่สุดให้กิน” หลัวเยี่ยนเองก็หยุดร้องไห้แล้วกล่าวออกมา
“แม่ ยังไงเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของผม ผมอยากจะไปจัดการเอง” เย่เทียนเฉินพูดออกมาอย่างจริงจัง
ได้เห็นเย่เทียนเฉินผู้เป็นลูกชายมีความเข้มขรึมจริงจังเช่นนี้ หลัวเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ตั้งแต่เล็กจนโต เย่เทียนเฉินไม่มีวิชาความรู้ พอเกิดเรื่องขึ้นก็จะให้พ่อแม่ไปจัดการ ไม่เคยมีท่าทีเช่นวันนี้ ลุกขึ้นยืนอย่างกล้าหาญ บอกว่าจะแก้ไขด้วยตัวเอง
หลัวเยี่ยนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขย่งเท้าเอามือสัมผัสหน้าผากลูกชาย ถามอย่างสงสัยว่า “ลูก ลูกไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“พี่ พี่เป็นไรไป?” เย่เฉี่ยนเหวินเองก็พูดออกมาพลางมองพี่ชายแ