นึ่งเหมือนกัน” หานเจี๋ยกังวลว่าพลังของเย่เทียนเฉินคนเดียวอย่างไรก็มีจำกัด แม้ว่าตอนนี้กำลังรบที่เขาแสดงให้เห็นนั้นจะมหัศจรรย์มาก แต่ศัตรูนั้นมีอาวุธหนักจำนวนมาก อีกทั้งมียอมฝีมือจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิจอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะรองหัวหน้ากลุ่มแซนเบเกอร์ ทำให้หานเจี๋ยเป็นกังวลมาก เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง
“ไม่ต้องหรอก การต่อสู้ของลูกผู้ชาย ผู้หญิงคอยชมอยู่ข้างๆก็พอแล้ว!”
ไม่รอให้หานเจี๋ยได้ตอบ เย่เทียนเฉินก็กระโดดลงไปข้างล่าง ถึงพื้นก็ม้วนตัวหนึ่งครั้งแล้วพุ่งตัวออกไปราวสายฟ้า หานเจี๋ยมองไปก็เห็นเพียงภาพเบลอๆเบื้องหน้า
หานเจี๋ยนั้นเดิมทีก็เป็นทหารหน่วยรบพิเศษหญิงที่รู้กันว่างดงามและเข้มแข็งอดทน ในยามปกติหากมีคนกล้ามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอ ก็จะต้องเจอกับกำปั้นของเธอ แต่ว่าตั้งแต่ที่เย่เทียนเฉินลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนนั้น ทุกเรื่องก็มีเขาเป็นคนคอยนำ หากไม่ใช่เขา หานเจี๋ยคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้นในใจหานเจี๋ยก็ไว้ใจและเชื่อใจผู้ชายคนนี้มากขึ้นทุกที เพียงแต่รู้สึกแปลกๆอยู่บ้างที่ชายคนนี้อยู่ดีๆก็เปลี่ยนไปแข็งแกร่งเช่นนี้
ท่ามกลางเต็นท์ที่ตั้งอยู่บนพื้นดินว่างเปล่า เต็นท์ที่อยู่ตรงกลางมีชายหัวโล้นคนหนึ่ง มือซ้ายถือมีดบินเล่น มือขวาถือแก้วเหล้า มีลูกน้องหลายคนยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ต่างก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ชายคนนี้ก็คือแซนเบเกอร์ อาชญากรระดับโลก ตอนนี้มันโกรธมา