งเกินคนไว้ไม่น้อย เสียมารยาทกับเจ้า ต้องขออภัยเจ้าด้วย”
หลินชิงเวยพูดกลั้วหัวเราะ “อืม นับว่าเป็นเด็กที่ยังสอนได้”
เมื่อหลินชิงเวยเดินออกมาจากในเรือน ภายในห้องของไป๋หยี่เนี่ยนยังคงมืดสนิทดังเดิม คิดว่าต่อให้หลินชิงเวยปลอบใจนางได้ก็เป็นเรื่องชั่วคราว นางต้องการเวลาให้ตนเองได้คิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาให้ชัดเจน
ท่านผู้เฒ่าไป๋ยังไม่ได้กลับไปพักผ่อน เขาเห็นหลินชิงเวยออกมาจึงรีบถาม “เนี่ยนเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินชิงเวย “ไม่เป็นไร ให้นางอยู่กับตัวเองๆ เงียบสักหลายวันก็จะดีขึ้นเอง” ไป๋หยี่เนี่ยนเป็นเด็กร่าเริงคนหนึ่ง จึงไม่ถึงกับคิดไม่ตก
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “เช่นนั้นข้าวางใจแล้ว เวลาไม่เช้าแล้ว เจ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถิด”
หลินชิงเวย “ระยะนี้ในเมืองไม่ค่อยสงบ ท่านผู้เฒ่าไป๋เพิ่มกำลังคนเฝ้าเรือนในเวลากลางคืนเถิด ตลอดทั้งคืน”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ตกตะลึงแล้วรับคำ “ได้”
ท่านผู้เฒ่าไป๋พอจะรู้เรื่องเกิดเหตุไฟไหม้ติดๆ กันหลายคดีในเมืองนี้ เวลานี้เรื่องที่คนในเมืองพูดถึงกันมากที่สุดก็คือเรื่องไฟไหม้ แต่รายละเอียดนั้นท่านนายอำเภอยังคงปิดเป็นความลับเพราะไม่อยากทำให้ชาวบ้านตื่นตระหนก สำหรับเรื่องที่หลินชิงเวยพูดถึงโจรเด็ดบุปผา