่อาจทำให้นางสงบได้อีกต่อไป นางพยายามจะลุกขึ้นมา บิดซ้ายป่ายขวา เกือบจะเอาศีรษะพุ่งเข้าชนเสาของเตียง
จางฮูหยินรีบพุ่งกายเข้าไปโอบกอดนางเอาไว้ สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้อยู่บนเตียงด้วยความเป็นทุกข์
สายตาของจางฮูหยินที่มองหลินชิงเวยนั้นห่างเหินและมีท่าทีปฏิเสธ “เจ้าถามก็ถามแล้ว เห็นนางเป็นเช่นนี้ก็ควรพอได้แล้ว อย่าได้ถามอันใดอีกเลย นางไม่รู้อะไรทั้งสิ้น หวังเพียงเมื่อนางรอดชีวิตมาจากกองเพลิงนี้แล้วจะมีชีวิตใหม่ที่ดี”
หลินชิงเวยลุกขึ้น “หากไม่ถามให้ละเอียดถี่ถ้วน เกรงว่าพรุ่งนี้มะรืนนี้ ยังต้องมีคุณหนูอีกมากที่เป็นเช่นนาง นั่นเป็นสิ่งที่จางฮูหยินต้องการเห็นใช่หรือไม่?”
จางฮูหยินถึงกับเป็นใบ้ไปชั่วขณะ
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมองนาง ดวงตาดำขลับของนางกระจ่างใส สุกสกาวราวกับกระจก “เรื่องบางเรื่อง คิดว่าจางฮูหยินคิดจะปิดบัง เมื่อคืนคุณหนูจาง…”
“พอแล้ว! เจ้าไม่ต้องพูดอีกแล้ว!” จางฮูหยินตวาดเสียงดังในทันใด “เด็กๆ เชิญนางออกไป!”
ดังนั้นหลินชิงเวยจึงถูกสาวใช้ขับไล่ออกมาอย่างไม่เป็นที่ต้อนรับ ด้านนอกยังคงสว่างไสวด้วยแสงตะวัน นางหรี่ตาลงทว่ากลับไม่รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจแม้แต่น้อย
คุณหนูจางคนนั้นได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นอาภรณ์