สีหน้าและท่าทางของท่านผู้เฒ่าไป๋มีความแน่ใจมากมายเกินไป หลีเช่อไม่รู้ว่าเขาควรจะพรูลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหรือสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดี “ที่จริงแล้วคุณหนูไป๋มีคนในใจแล้วกระมัง”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ชะงักงันไปอึดใจหนึ่งจึงกล่าวว่า “ที่เจ้าพูดนั้นไม่ผิด นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นางเปลี่ยนเป็นเช่นในตอนนี้” พูดแล้วก็ถอนใจเฮือก “ในเมืองมีสำนักศึกษาแห่งหนึ่ง คาดว่าพวกเจ้าเพิ่งมาถึงที่นี่ไม่นานจึงไม่รู้ เดิมทีเขาเป็นซิ่วไฉคนหนึ่ง แต่มิอาจสร้างผลงานที่โดดเด่นได้ จึงกลับมาตั้งรกรากที่เมืองคุนแห่งนี้”
หลินชิงเวยพลันนึกถึงสำนักศึกษาแห่งนั้นที่พวกเขาเดินผ่านในวันที่มีการจัดงานเลือกคู่ ข้างในมีเงาร่างสูงเพรียวในอาภรณ์สีเขียวหันหลังให้พวกเขา
หลินชิงเวยและหลีเช่อประสานสายตากันแวบหนึ่ง ชัดเจนยิ่งนักว่าพวกเขากำลังคิดอย่างเดียวกันแต่มิได้ส่งเสียง รอให้ท่านผู้เฒ่าไป๋กล่าวสืบไป
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “ซิ่วไฉคนนั้นเป็นคนมากความสามารถ เป็นคนหนุ่มแน่นที่มีอนาคต จึงไม่แปลกอะไรที่สองสามปีแรกที่เขามาตั้งรกรากในเมืองคุน เนี่ยนเอ๋อร์มีใจปฏิพัทธ์ต่อเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเขาและไม่ยอมเปลี่ยนใจ”
หลินชิงเวย “ในเมื่อซิ่วไฉคนนั้นทั้งรูปงามและมากคว