“ที่แท้เป็นเช่นนี้” หลินชิงเวยพยักหน้ามองนายอำเภอแวบหนึ่ง ในแววตาของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มเรียบเรื่อย “ดูเหมือนใต้เท้านายอำเภอยังมีเรื่องปิดบังอยู่บ้างกระมัง”
นายอำเภอมองหลินชิงเวยด้วยสายตาชื่นชมพร้อมทอดถอนใจ “แม่นางช่างเป็นคนจิตใจล้ำลึกยิ่งนัก ยังมีอีกก็คือท่านผู้เฒ่าไป๋มีบุตรชายสองคน บุตรชายคนโตคือบิดาของคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ ระหว่างทำการค้าพบโจรปล้นจึงเสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่มแน่น สำหรับบุตรชายคนรองสกุลไป๋นั่นก็ไม่ใช่ตะเกียงรอวันดับมอดเช่นกัน!”
หลีเช่อถาม “มิใช่ตะเกียงรอวันดับมอดอย่างไรเล่า?”
นายอำเภอ “นายท่านรองสกุลไป๋ไม่อยู่ในเมืองคุน เขาเป็นขุนนางอยู่ในเมืองชิ่งซานที่อยู่ติดกันนี้เอง”
“แล้วอย่างไร น้ำอยู่ไกล ดับไฟใกล้มิได้นี่นา”
นายอำเภอมองหลีเช่อด้วยสายตาน่าเวทนาและกล่าวว่า “เมืองชิ่งซานมิใช่เมืองที่เป็นอำเภอ แต่เป็นมณฑล”
หลีเช่อ “ท่านก็เป็นขุนนางเช่นกันมิใช่หรือ ยังต้องเกรงกลัวเขาอีกหรือ?”
นายอำเภอค้อนปะหลับปะเหลือก “นายท่านรองสกุลไป๋เป็นท่านเจ้าเมืองชิ่งซาน เป็นผู้บังคับบัญชาของข้า เจ้าว่าข้าควรกลัวหรือไม่? เป็นเพราะสมองของเจ้ามีปัญหาหรือเป็นเพราะข้าพูดไม่ชัดเจนพอกันแน่?”
หลีเช่อเลือกหลีกเลี่ยงคำ