าและคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ ไป๋ ไป๋…”
หลีเช่อ “ขอใต้เท้าสอบสวนให้กระจ่างแจ้งด้วย ข้าไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อนเด็ดขาด หากใต้เท้าฟังเพียงคำพูดของคุณหนูใหญ่สกุลไป๋เพียงฝ่ายเดียวแล้วตัดสินลงโทษ เกรงว่าอาจทำให้คนเข้าใจผิด คิดว่าท่านปกป้องคนชั้นสูงมากด้วยอำนาจ!”
“เจ้า…”
“หากใต้เท้าไม่เชื่อ ให้ไปถามชาวบ้านที่เข้ามามุงดู พวกเขาเป็นพยานให้ข้าได้ สายตาของชาวบ้านล้วนกระจ่างแจ้ง ย่อมมิอาจลืมตาพูดส่งเดชได้”
“เจ้า เจ้า…เรื่องนี้…” นายอำเภอพูดประโยคหนึ่งก็ยังไม่ลื่นไหล ราวกับกำลังจะจุกอกตายอย่างไรอย่างนั้น สีหน้าของเขาแดงก่ำ
คนพูดติดอ่างกลัวการเผชิญหน้ากับการต่อปากต่อคำไม่จบไม่สิ้นอย่างที่สุด หลีเช่อไม่รอให้เขาพูดอีกประโยคหนึ่งก็รีบพูดสอดขึ้นอีก กดดันทำให้เขาแทบจะคลุ้มคลั่ง!
หลีเช่อพูดอีกว่า “หากใต้เท้ายังไม่เชื่ออีก ให้เชิญคุณหนูใหญ่สกุลไป๋มาที่นี่เพื่อยืนยัน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าด่าชนะนางมาครั้งหนึ่งแล้ว จะไม่อาจด่านางจนชนะเป็นครั้งที่สองได้…อ้อ ไม่ๆๆ ความหมายของข้าก็คือ พูดจาว่ากันด้วยเหตุผลน่ะ”
“พอได้แล้ว!” นายอำเภอกดดันถึงขีดสุด เกรงว่าโต๊ะในศาลจะถูกเขาตบจนหักสองท่อน เขาถลึงตาพูดอย่างเดือดดาล “เดิมทีข้าคิด