บประทานอาหาร ได้ยินแขกจากโต๊ะอื่นล้วนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ซินหรูกินข้าวอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเช่นกัน พฤติกรรมของคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ที่พวกเขากล่าวถึง พวกนางเองได้เห็นกับตาตนเองในวันนี้ จึงรู้สึกเช่นเดียวกัน!
หลินชิงเวยกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซินหรูถามว่า “พี่สาว ท่านไม่โมโหเลยหรือเจ้าคะ?”
หลินชิงเวยพูดเรียบๆ “เป็นคนดีทำความดี สามารถทำดีกระทั่งฟ้าดินต่างโมโหโกรธาเช่นนี้ ไม่อาจไม่พูดว่านางมีความสามารถพอตัว”
“แต่นางด่าพี่สาวนะเจ้าคะ”
“เวลานี้ข้ายังไม่ค่อยโมโหเท่าใดนัก ดังนั้นนับว่านางยังโชคดี”
คนทั้งสองทานอาหารเรียบร้อยจึงกลับห้องชำระกายแล้วเข้านอน ตลอดการเดินทางหลินชิงเวยมิได้สวมผ้าโปร่ง ด้วยใบหน้าของนาง ทำให้นางตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนไม่น้อย นางทำเป็นมองไม่เห็น เมื่อเห็นนางทำเป็นไม่มีอะไร ซินหรูจึงปล่อยวางเช่นกัน ผนวกกับสองวันนี้เดินทางกันอย่างเหน็ดเหนื่อย หลังจากนอนลงบนเตียงก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
คืนนี้นอนหลับสนิท คนทั้งสองสบายเนื้อสบายตัว ด้วยไม่มีความเร่งรีบต้องไปที่ใด ด้วยเหตุนี้พวกนางจึงอาศัยอยู่ในเมืองคุนสองวัน ไปเดินเที่ยวตลาดกับจับจ่ายซื้อของใช้ของกิน แล้วค่อยเช่ารถม้าอีกคันหนึ่งเตรียมเดินทาง