ดว่าเวลานี้สมควรออกมาเปิดหูเปิดตากับโลกภายนอกแล้ว”
“ไม่กลับเมืองหลวงแล้ว?”
“ให้ข้ากลับไปในตอนนี้ ข้าต้องไม่เคยชินเป็นแน่”
หลินชิงเวยไม่พูดอะไรอีก เมื่อกำลังจะถึงเส้นทางหลวง เบื้องหน้าคือพื้นกระเบื้องสีดำ นางจึงเอ่ยขึ้นว่า “เตือนเจ้าสักประโยค เมื่อเอาชีวิตรอดจากความตายมาได้ อย่าได้ร่วมมือกับเซี ยวอี้อีก หาไม่แล้วครั้งต่อไปเจ้าอาจไม่โชคดีเช่นนี้แล้ว”
หลีเช่อ “เรื่องเหล่านี้ข้ากระจ่างแจ้งกว่าเจ้า ข้าย่อมไม่นำชีวิตของตนทำเป็นเรื่องล้อเล่น ดังนั้นเจ้าวางใจเถิด” มาถึงถนนหลวง หลีเช่อกระโดดลงจากรถม้า ยืนอยู่ด้านข้างรถม้า เขา าเคาะหน้าต่างของรถ
หลินชิงเวยเลิกผ้าม่านหน้าต่างขึ้น แสงแดดสะท้อนเข้าไปในแววตาของหลีเช่อ เขาหรี่ตาลงอาภรณ์สีแดงปลิวสะบัดงดงามราวกับนางฟ้า เขาโบกมือให้หลินชิงเวย “ระหว่างเดินทางระมัดระวังตัว วให้มาก”
หลินชิงเวยหัวเราะ “รู้แล้ว”
รถม้าค่อยๆ ขยับ หลีเช่อพูดขึ้นอีกว่า “นี่ ต่อไปหากข้าไปยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเจ้า เจ้าจะรับผิดชอบเรื่องกินเรื่องอยู่อาศัยของข้าหรือไม่?”
หลินชิงเวย “แน่นอน”
หลีเช่อยิ้มกว้าง เขายืนอยู่ท่ามกลางสายลม อาภรณ์สีแดงบนร่างสะบัดพลิ้ว เขาโบกมือพร้อมกับพูดว่า “เช่นนั้นข้าวา