้ เจ้าคิดจะจากไปเช่นนี้ใช่หรือไม่ แม้กระทั่งคำกล่าวลาก็ไม่มี นับตั้งแต่นี้ไปไม่มีข่าวคราว?”
หลินชิงเวย “เช่นนั้นไม่ดีหรือ? มีชีวิตดีหรือไม่ เกี่ยวอะไรกับผู้อื่น? แล้วจำเป็นต้องให้ผู้อื่นรู้เห็นด้วยหรือ?”
เซียวอี้ “เคราะห์ดีที่ข้าค่อนข้างเข้าใจเจ้า บาดแผลที่ได้รับบาดเจ็บเล่า หายดีแล้ว?”
หลินชิงเวยมองเขา “ท่านก็มิใช่หายดีแล้วเช่นกัน”
เซียวอี้จำได้ว่าคืนนั้นเมื่อเขาใช้กระบี่แทงร่างของหลินชิงเวย เขาคลุ้มคลั่งจนไม่เหลือสติและเหตุผลใดๆ ความเจ็บปวดในใจของเขาต่อความพ่ายแพ้ที่ถูกกำหนดเอาไว้นั้น ทำให้สติขอ องเขาถึงขั้นพังทลายลงอย่างแท้จริง เขาทั้งรักทั้งแค้นสตรีที่อยู่เบื้องหน้าเขาอย่างที่สุด ชิงชังเหลือเกินที่มิอาจให้นางได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่
แต่ในความจริงนั้น ความเจ็บปวดของนางมิได้น้อยกว่าคนอื่นเลย เพียงแต่ในยามปกตินางปิดบังอำพรางไว้เป็นอย่างดี คำพูดประโยคนั้นของนาง “เซียวอี้ ท่านสังหารข้าเถิด” เปรียบเสมือน การใช้คมดาบกรีดลงไปในหัวใจแล้วทิ้งร่องรอยเอาไว้ ทำให้คนรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่าง
ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นนางร่ำไห้
เพียงแต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างในเวลานั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อนึก