ุมลงมา บุรุษรูปร่างสูงเพรียวในอาภรณ์สีเรียบยืนอยู่ใต้ต้นส สน ข้างต้นสนมีบ่อน้ำที่ใช้หินภูเขาก่อสร้างขึ้น บนหินภูเขามีน้ำไหลลงมาไม่ขาดสาย
เมื่อพบหน้ากันอีกครั้ง หลินชิงเวยแค่มองเงาร่างด้านหลังของเขาก็พลันรู้สึกว่าตนเองแทบจะไม่รู้จักเขา
เซียวอี้หันกลับมาเห็นนาง สายตานั้นหรี่ลงเล็กน้อย เขาจ้องมองใบหน้าของนางเนิ่นนานไม่พูดจา
ต่อมายังคงเป็นหลินชิงเวยที่เอ่ยปากขึ้นก่อน “ท่านให้คนไปพาตัวข้ามากลางทางก็เพื่อจะให้ยืนมองกันอยู่ที่นี่โดยไม่พูดจาใช่หรือไม่?”
เซียวอี้ได้สติพูดกับนางว่า “เวยเวย มานั่งนี่”
หลินชิงเวยและเซียวอี้นั่งลงข้างโต๊ะไม้ใต้ต้นสน เซียวอี้ใช้น้ำจากภูเขาต้มชาให้นาง เขาพูดว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ตาย แม้คนทั้งใต้หล้าจะเข้าใจว่าเจ้าตายไปแล้ว”
หลินชิงเวยดื่มชาแล้วกล่าวว่า “อาจเป็นเพราะบนโลกนี้ยังต้องการคนซึ่งเป็นภัยร้ายเช่นข้าหลายคน ดังนั้นเท้าทั้งคู่ของข้าจึงห่างจากประตูผี…เพียงเล็กน้อย”
“ก็ใช่ หากบนโลกนี้ล้วนมีแต่คนดี เช่นนั้นจะเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายเพียงใด ดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดข้ายังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้” เซียวอี้มองนางแล้วพูดว่า “หากมิใช ช่ข้าให้คนเฝ้าประตูเมืองเอาไว