ังเดิม ชาวบ้านไม่รู้ว่าภายในวังหลวงเกิดเหตุการณ์การปะทะกันในครั้งนี้
เซียวเยี่ยนยอมกลับตำหนักอวี้หลิงในที่สุด เขาเดินฝ่าหิมะที่กำลังตกกระหน่ำ รูปร่างของเขายังคงสูงใหญ่ทว่ากลับมิได้ล่ำสันเช่นเมื่อก่อน ทั้งตัวคนซูบผอมไปเป็นกอง
เซียวจิ่นเตรียมจัดพิธีศพให้หลินชิงเวยในวังหลวง ดูเหมือนความจริงในเรื่องนี้ เซียวเยี่ยนเชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
หลังจากภายในวังหลวงกลับสู่ความสงบสุขดังเดิม เซียวจิ่นได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้ว กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจึงส่งคนไปยังตำหนักอวี้หลิงเพื่อขับสุ่ยฉ่ายชิงออกจากวัง
วันนี้สุ่ยฉ่ายชิงร่ำไห้อยู่ในตำหนักอวี้หลิงไม่ยอมหยุด นางเอาศีรษะโขกกำแพง กระทั่งบนศีรษะของนางมีบาดแผลเปิด มีโลหิตไหลออกมา ทว่าบนใบหน้าของเหล่าขันทีและนางกำนัลยังคงมีเ เพียงความเย็นชา
สุ่ยฉ่ายชิงพูดว่า “ข้าต้องการพบเยี่ยน...เยี่ยนไปที่ไหน ข้าก็จะไปที่นั่น…ข้าต้องการได้ยินเขาพูดให้ชัดเจน หาไม่แล้วข้าไม่ยอมไป!”
เมื่อเซียวเยี่ยนยกเท้าก้าวเข้ามาในตำหนักอวี้หลิงก็ได้ยินเสียงร่ำไห้และร้องตะโกนของสุ่ยฉ่ายชิง เสี่ยวฉียืนอยู่ด้านข้างมองดูเซียวเยี่ยนที่มีท่าทางราวกับไม่ได้ทุกข์โศก ดู คล้ายใบหน้าของเขาถูกหิมะ