ับรู้สึกได้ถึงบรรยากาศของการเข่นฆ่าที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างชัดเจน มันมีพ พลังการทำลายล้างรุนแรงกว่าหิมะตกหนักที่มาอย่างกะทันหัน
ดังนั้นความครึกครื้นที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าสำหรับนางแล้วเปรียบเสมือนฟองสบู่ เป็นเพียงความสงบสุขเพียงระยะเวลาสั้นๆ ล้วนไม่ใช่ความจริง
หลินชิงเวยกลับไปตำหนักฉางเหยี่ยน นางอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยนอย่างสงบ นางเคยชินกับหว่านชิวที่เดินไปเดินมาเบื้องหน้านางราวกับเปลี่ยนนิสัยไปเป็นคนละคน
หลีเช่อมักจะบ่นกระปอดกระแปดอยู่ข้างหูหลินชิงเวย “ทุกอย่างปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ข้าเชื่อว่าเจ้าเองได้ทำสุดความสามารถแล้ว ไม่ว่าเรื่องใดล้วนไม่ต้องฝืนตนเองจนเกินไป”
หลินชิงเวยเอียงหน้ามองหลีเช่อด้วยสายตาต่างจากปกติ “ข้าเพียงแต่กำลังคิดว่าเหตุใดเจ้าจึงยังไม่ออกจากวังไปอีก?”
หลีเช่อ “ออกไปแล้วนี่นา ข้าออกไปแล้วเข้ามาตั้งหลายรอบ พูดอย่างไรดี เจ้ากับข้ามีไมตรีสนิทชิดเชื้อกันเช่นนี้ ข้ามิใช่หนุ่มหล่อเนรคุณที่ทิ้งเจ้าไปเสวยสุขตามลำพัง”
หลินชิงเวย “หากข้าเป็นเจ้า ยังไม่รีบหนีอีกหรือ คนเนรคุณอันใด เมื่ออยู่ต่อหน้าความเป็นความตายล้วนไม่มีค่าให้เอ่ยถึง” นางมองหลีเช่อ “ตั้งแต่แรก เจ้าก็ไม่ควรไปคบหากับเซี่ยนอ อ