ิ่งยวด
ระยะนั้นหลินชิงเวยกลับวังบ่อยๆ อีกทั้งยังพาหลีเช่อเดินเล่นไปทุกหนทุกแห่งในวัง เพื่อทำความคุ้นเคยกับเส้นทางในวังหลวง รวมไปถึงศึกษาการวางกองกำลังรักษาการของกองทหารรักษาพระองค์ให้กระจ่างแจ้ง
หลินชิงเวยคาดเดาไว้ไม่ผิด หลังจากเกิดเรื่องของจู๋กุ้ยเหริน โครงสร้างการป้องกันโดยส่วนใหญ่ของวังหลวงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอันใดนัก
อาจเป็นเพราะหลินชิงเวยได้เบี่ยงเบนความสนใจของตน ต่อมานางจึงได้ยินเรื่องราวระหว่างไทเฮาและสุ่ยฉ่ายชิงน้อยมาก
ระหว่างที่เดินอยู่ด้วยกันหลินชิงเวยพูดเสียงเบา “หลีเช่อ เจ้าไปยืนอยู่ข้างฝ่ายเซี่ยนอ๋องอย่างชัดเจนเช่นนี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเซี่ยนอ๋องกำลังคิดจะทำเรื่องใดอยู่?”
หลีเช่อตอบ “รู้ เขาต้องการก่อกบฏไงเล่า”
“หากกระทำการสำเร็จยังนับว่าดี หากล้มเหลว ไม่เพียงแต่เจ้า ยังมีชีวิตของคนทั้งหมดในคฤหาสน์หลังนั้นและคนในครอบครัวล้วนต้องชดใช้ด้วย”
หลีเช่อย้อนถาม “เช่นนั้นเหตุใดเจ้ายังต้องช่วยเหลือเขา?”
“มิใช่มีเจ้าเพิ่มขึ้นมาอีกคนหรอกหรือ ข้าย่อมไม่เป็นอริกับเจ้า”
หลีเช่อพูดเนิบๆ “ข้าคิดว่าความรู้สึกรับผิดชอบในใจของเจ้ามากเกินไป” เขาเอาแขนทั้งสองมารองศีรษะต่างหมอนแล้วเดินเข้ามาหยุดข้างกายหลินช