ับ บเจ้า ถึงกับยุแยงวิพากษ์วิจารณ์ความผิดของเจ้านาย?!”
หลีเช่อหลบไปอยู่ข้างหลังร่างของหลินชิงเวย “เซ่อเจิ้งอ๋องดุร้ายเหลือเกิน”
เดิมทีหลินชิงเวยนั่งพับขาทั้งคู่บนเก้าอี้ด้วยท่าทีเกียจคร้าน มีเมล็ดแตงโมจานหนึ่งถูกนางและหลีเช่อกินตกเต็มพื้น ได้ยินเซียวเยี่ยนพูดจาข่มขู่ สีหน้าหลินชิงเวยไม่เปลี่ยนแม ม้แต่น้อย นางสะบัดมือปัดเปลือกเมล็ดแตงโมบนกระโปรงของตน แล้ววางเท้าลงบนพื้นยืนขึ้นมา นางพูดและมองเซียวเยี่ยนด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ข้าคิดว่าท่านกล่าวถูกต้อง ต่อให้เขากำเริบเสิบสานก็เป็นข้าที่ให้ท้ายเขา ความกล้าหาญก็เป็นข้าเช่นกันที่อบรมสั่งสอน เซ่อเจิ้งอ๋องมีความเห็นอันใดเล่า?” เซียวเยี่ยนเม้มปาก สายตานิ่งลึกนั้นจับจ้องบนร่าง ของหลินชิงเวย หลินชิงเวยไม่ได้รับผลกระทบจากสายตานั้นแม้สักกระผีก นางหัวเราะแล้วพูดอีกว่า “เวลานี้เรื่องของแม่นางสุ่ยยังไม่ได้ถูกตรวจสอบอย่างกระจ่างแจ้ง เซ่อเจิ้งอ๋องกลับบ บันดาลโทสะใส่คนของตำหนักข้า หรือต้องการเบี่ยงเบนความสนใจไปที่อื่น”
ไทเฮาถึงกับหัวเราะแล้วพูดว่า “คำพูดของแม่นางหลินมีเหตุผล แม่นางหลินไม่เหมือนคนอื่น เช่นนั้นบ่าวที่นางอบรมสั่งสอนออกมาย่อมต้องแตกต่างกับผู้