หยดน้ำตาของสุ่ยฉ่ายชิงค้างอยู่บนเปลือกตา นาทีนั้นนางถึงกับลืมร่ำไห้ คนทั้งหมดจ้องมองใบหน้าเปิดเปลือยของนางแล้วตกอยู่ในความเงียบงัน
นั่นเป็นใบหน้าที่ฟื้นฟูกลับมามีรูปโฉมงดงามปานล่มเมืองอีกครั้ง ดวงหน้านั้นปรากฏให้เห็นความอิ่มเอิบและเนียนลื่น ดวงหน้าทั้งดวงนั้นส่องประกายวับวาว มีเพียงริ้วรอยจางๆ สีแดงเล็กน้อยที่หลงเหลืออยู่บนใบหน้า ชัดเจนยิ่งนักว่าดีขึ้นกว่าครึ่งแล้ว
ยามนี้ต่อให้สุ่ยฉ่ายชิงมีร้อยปากก็ไม่อาจแก้ตัวได้
นางมองเซียวเยี่ยนผ่านม่านน้ำตา แววตานั้นมีเพียงความสิ้นหวัง
ทว่าในเวลานี้เอง เซียวเยี่ยนขมวดคิ้วและพูดออกมาประโยคหนึ่งทำให้ทุกคนรู้สึกตกตะลึงถึงขีดสุด “สิ่งของของไทเฮา มิใช่นางขโมย แต่เป็นเปิ่นหวางหยิบมา นางไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ เปิ่นหวางเห็นว่าใบหน้าของนางไม่ดีขึ้นเป็นเวลานาน จึงคิดวิธีการนี้ออกมา” เขาเงยหน้าขึ้นมองไทเฮา “หากต้องรับโทษ เปิ่นหวางขอรับโทษจากไทเฮา ขอไทเฮาอย่าได้บีบคั้นนางอีกเลย”
การหักมุมเช่นนี้ออกจะรวดเร็วเกินไปกระมัง
เดิมทีไทเฮานั้นมาเพื่อไต่สวนเอาผิด ใบหน้าของสุ่ยฉ่ายชิงปรากฏแก่สายตาแล้ว คิดไม่ถึงว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกลับเสนอตัวออกมารับความผิดทั้งหมดเพื่อนาง ถึงข