บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและเข้มข้นเช่นนี้ อย่างไรย่อมต้องถูกเสียงแทะเมล็ดแตงโมด้านข้างรบกวน…
หลินชิงเวยแทะเมล็ดแตงโมนั้นช่างเถิด แต่หลีเช่อเองยังคว้าเมล็ดแตงโมมากำมือหนึ่งด้วย ทางหนึ่งแทะเมล็ดแตงโมทางหนึ่งถ่มเปลือกของมันออกมา ทั้งยังส่งเสียง “ถึๆๆ” ออกมา
คนทั้งหมดถูกเสียงแทะเมล็ดแตงโมและเสียงถึๆ ของหลีเช่อหันเหความสนใจ หลีเช่อพูดขึ้นว่า “เหตุใดต้องยุ่งยากเช่นนี้ ขอเพียงไทเฮาทรงตรัสออกมาว่าต้องการค้นหาสิ่งใด แม่นางสุ่ยตอบว่ามีหรือไม่ แล้วค่อยให้คนเข้าไปค้นหาเพื่อพิสูจน์ก็เรียบร้อยแล้วมิใช่หรือ?”
เดิมทีสุ่ยฉ่ายชิงคิดว่าขอเพียงไทเฮาไม่บอกชัดเจนว่าเป็นสิ่งของอะไร ต่อให้ตีนางจนตาย นางก็ไม่มีทางยอมรับ นางคิดจะนำมาใช้ทางอ้อม แต่คิดไม่ถึงว่าคำพูดเพียงประโยคเดียวของหลีเช่อจะทำให้เรื่องราวถูกเปิดโปง ทั้งยังเกรงว่าเรื่องราวจะไม่ลุกลามใหญ่โตไม่พออีกด้วย สุ่ยฉ่ายชิงยิ่งหวาดหวั่นใจ ต่อมานางจึงร่ำไห้อีกครั้ง สีหน้าจึงเผือดขาวลงอีกสองส่วน กระทั่งยืนก็แทบจะยืนได้ไม่มั่นคง
ไทเฮาพูดว่า “เปิ่นกงไม่ปรารถนาใส่ร้ายคนดี แต่ไม่มีทางปล่อยให้คนจิตใจชั่วช้ารอดตัวไปได้แม้แต่คนเดียว เดิมทีคิดว่าขอเพียงมีสิ่