หลินชิงเวยหรี่ตาลงมองทิศทางที่ไทเฮามุ่งหน้าไปแล้วพูดว่า “ดูเหมือนจะไปตำหนักซวี่หยาง นางคงมิได้ไปฉีกอกฝ่าบาทหรอก ควรจะไปฉีกอกสุ่ยฉ่ายชิงในตำหนักอวี้หลิงที่อยู่ในตำหนักซว วี่หยาง”
หลีเช่อดูคล้ายได้สติในทันที “ว้าว นี่เป็นการต่อสู้แห่งปีของวังหลวงเชียว เราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด”
ไทเฮานำคนของตนเข้าไปในตำหนักซวี่หยางด้วยสีหน้าเดือดดาล นางตรงไปยังตำหนักอวี้หลิง นางกำนัลและขันทีที่ยืนเฝ้าอยู่ตลอดทางไม่ทันได้เข้าไปรายงานก็ถูกนำตัวไปรวมกันไว้อีกด้ านหนึ่ง
สุ่ยฉ่ายชิงเพิ่งจะตื่นขึ้นอย่างเกียจคร้าน หลังจากล้างหน้าล้างตา นางยังไม่ทันได้กินอาหารเช้า ก็นั่งเหม่อลอยอยู่หน้าโต๊ะแต่งหน้าเป็นเวลานาน ปลายนิ้วของนางลูบไล้ใบหน้าของตน พิ ศซ้ายมองขวาแล้วปรากฏให้เห็นรอยยิ้มอันสดใสในหลายวันนี้ในที่สุด
ดวงหน้าของนางในยามนี้ไม่ได้สวมผ้าโปร่ง รอยผดผื่นบนใบหน้าทุเลาลงมาก ริ้วรอยตุ่มแดงไม่ค่อยแดงและไม่ค่อยลึกแล้ว รออีกไม่กี่วันเชื่อว่าริ้วรอยบนใบหน้าของนางจะต้องเลือน นหายไปหมดกระทั่งมองไม่เห็น ถึงเวลานั้นนางย่อมจะกลับไปเป็นสตรีโฉมงามอันดับหนึ่งเช่นในอดีต ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นนางล้วนถูกรูปโฉมของนางทำให้รู้สึกว่ามิอาจ