งลง
สุ่ยฉ่ายชิงวางจอกสุราลง ยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อจะนั่งลง
ในขณะที่สะโพกของนางสัมผัสกับเก้าอี้นั้น บังเกิดเสียงแปลกประหลาดชนิดหนึ่งดังขึ้นจากที่นั่งของนาง
เสียงปู๊ดดดังขึ้นหนึ่งครั้ง ฟังดูคล้ายเสียงผายลมดังก้องกังวาน
ภายในงานเลี้ยงพลันเงียบสงบลงทันที
หลีเช่อกลับไปยืนข้างหลังหลินชิงเวย มุมปากชี้ขึ้นไปข้างหนึ่งดูเหมือนทุกข์ทรมานเหลือแสน เขาเป็นคนแรกที่ยื่นมือไปข้างหน้าจมูกของหลินชิงเวยแล้วโบกไปมาพร้อมกับกล่าวว่า “กลิ่นลอย ยมาถึงแม่นางแล้วเจ้าค่ะ คงไม่ส่งผลกระทบต่อการกินอาหารของแม่นางกระมัง?”
หลินชิงเวยมองเขาแวบหนึ่ง นางขยับริมฝีปากเล็กน้อย ที่จริงแล้วนางไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี จึงเค้นคำพูดออกมาได้เพียงประโยคเดียว “ยังดีที่ไม่เหม็นมากนัก”
เวลานี้ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดที่ยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ ด้วยความรังเกียจ ทั้งยังลอบพูดว่า “แม่นางสุ่ยคงมิได้กินจนท้องเสียแล้วกระมัง? ไทเฮายังมิได้เริ่มงานเลี้ยงยามบ่าย ท้อ องของเจ้าก็เริ่มขัดขืนแล้ว”
พระชายาและสนมไม่น้อยต่างพากันหัวเราะ
ใบหน้าของสุ่ยฉ่ายชิงเปลี่ยนจากขาวเป็นแดง นางเผชิญหน้ากับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของทุกคน ชิงชังเหลือเกินที่มิอาจแทรกแผ่นดินหนี