นางปากเดียวไหนเลยจะพูดชนะปากมากมายเช่นนั้น ยังไ ไม่ได้พูดจา น้ำตาก็ไหลพรากลงมาเสียก่อน นางกัดริมฝีปากพูดว่า “ไม่ใช่ข้า…” นางค่อยๆ ลุกขึ้นมองไปบนเก้าอี้ของตน ทว่ากลับได้แต่มองส้มผลหนึ่งที่ถูกนางนั่งทับจนแบนอย่างน่ าเวทนาด้วยตาสิ้นหวังอย่างที่สุด น้ำจากผลส้มไหลเยิ้มออกมา…
ถึงกับเป็นส้มผลหนึ่ง…
สุ่ยฉ่ายชิงหยิบส้มผลนั้นขึ้นมา สั่นเทิ้มไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าโมโหหรือถูกทำให้โมโหกันแน่ แม้ในขณะที่นางมีโทสะถึงเพียงนี้ น้ำเสียงที่พูดยังคงเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “เหตุใดจึงมีส้ม มเกินมาหนึ่งผล?”
ยามนี้ทุกคนต่างกระจ่างแจ้งแล้วว่าแท้จริงแล้วสุ่ยฉ่ายชิงมิได้ผายลม แต่เป็นเพราะนางไม่ระวังนั่งจึงทับส้มผลหนึ่งจนแตก ทว่าสถานการณ์นี้ทำให้ผู้คนกระอักกระอ่วนยิ่งยวด ถึงขั้นม มีคนเห็นอกเห็นใจนางขึ้นมา วันนี้นางสวมอาภรณ์สีขาวทั้งชุด ไม่รู้ว่าบนก้นของนางจะมีร่องรอยหรือตราประทับอย่างไร…
สุ่ยฉ่ายชิงมองทุกคนอย่างหมดสิ้นหนทาง ขณะที่นางหาคำตอบไม่ได้จึงมีคนส่งเสียงว่า “ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นส้มที่ตกลงมาจากจานผลไม้บนโต๊ะของแม่นางสุ่ย โดยที่แม่นางสุ่ยไม่ทันสังเกตเ เห็น?”
ถาดผลไม้บนโต๊ะของนางมีส้มอยู่สองผลจริงๆ ทว่ามีส้มตกลงมาจากจา