ืดหนึ่ง นางดื่มสุราไม่หยุดแล้วพูดด้วยความเมามายว่า “คนแซ่เซียว หากท่านพูดว่าต้องการร่วมมือกับข้าเพื่อให้เซ่อเจิ้งอ๋องได้เห็นดีกัน หรือท่านต้องการใช้ข้า เพื่อให้บรรลุจุดประสงค์ของท่าน บางทีความน่าเชื่อถืออาจจะมีมากกว่าสักหน่อย ยามนี้ท่านบอกว่าจะให้ที่พักพิงข้า ตลอดชีวิตไร้กังวล ฟังดูแล้วเหมือนเรื่องน่าขบขัน อย่าลืมเสียเล่าเ เมื่อแรกนั้นเป็นเพราะท่านและหลินเสวี่ยหรง ข้าจึงต้องแต่งเข้าวังหลวง ท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะลืมง่ายเช่นนั้น โดยไม่คิดผูกใจเจ็บหรอกกระมัง?”
เซียวอี้ปกปิดสีหน้าจริงจังของตนลงหลายส่วน “เวยเวย ยังคงให้เจ้ามองทะลุปรุโปร่ง แต่เรื่องร่วมมือที่เจ้าเอ่ยถึงข้ากลับคิดว่าสามารถพิจารณาได้”
“ข้าปฏิเสธ” หลินชิงเวยยืนกรานหนักแน่น
เซียวอี้ตะลึงงัน ต่อมาจึงหัวเราะพร้อมกับรินสุราให้นาง “อืม นี่เป็นนิสัยของเจ้า เช่นนั้นพวกเราไม่สนทนาเรื่องอื่น ดื่มสุราให้มีความสุขก็พอ”
หากหลินชิงเวยรับปากเขาจริงๆ เขาจึงจะระแวงสงสัยขึ้นมามากกว่า ตามอุปนิสัยของหลินชิงเวย แม้นางจะเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด แต่