ยังไม่ถึงขั้นอาศัยคำยุยงจากเขาเพียงไม่กี่ประโยคก็ออ อกไปทำร้ายอีกฝ่าย
ทว่าบัดนี้ มีเพียงหลินชิงเวยที่เข้านอกออกในวังหลวงได้อย่างอิสระ เซียวอี้จำเป็นต้องใช้นางอย่างยิ่งยวด เขาไม่รีบร้อน อย่างไรสิ่งที่เขามีก็คือความอดทน
คืนนั้นหลินชิงเวยดื่มสุรากับเซียวอี้จนดึกดื่น ลูกค้าคนอื่นๆ ที่มาดื่มสุราทยอยออกจากร้านไป
เมื่อนางเดินตุปัดตุเป๋ออกจากร้านอาหาร สายลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านร่างของนาง พระจันทร์ลอยอยู่บนท้องฟ้า มีดวงดาราประปราย ท้องฟ้ายามราตรีสงบนิ่งดุจสายน้ำ
เซียวอี้ประคองหลินชิงเวย “วันนี้ไปค้างแรมที่เรือนข้าอีก?” เห็นหลินชิงเวยไม่ตอบจึงก้มหน้าลงพูดเสริมอีกประโยค “ข้ารับรองว่าไม่ทำอันใดกับเจ้า”
หลินชิงเวยก้มหน้าหัวเราะ “ข้าเชื่อว่าท่านไม่ทำอันใด ท่านส่งข้ากลับวังเถิด หืม?”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าย่อมไม่ฝืนใจเจ้า”
ค่อนดึกเซียวอี้จึงส่งหลินชิงเวยถึงหน้าประตูวัง หลินชิงเวยเดินเข้าไปในวังหลวงเพียงลำพัง เซียวอี้ยืนมองเงาร่างด้านหลังของนางเดินไกลออกไปเรื่อยๆ ตลอดเวลา ในที่สุดก็ลับหายไป ปในความมืดข