องราตรี
สีหน้าท่าทางของหลินชิงเวยเรียบเฉย เมื่อนางหันหลังให้เซียวอี้ สีหน้าและอารมณ์บนใบหน้ากลับแจ่มแจ้งสุดจะเปรียบ ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่
ไม่ได้กลับตำหนักฉางเหยี่ยนหลายวัน ภายในเรือนดูเงียบเหงาวังเวง เรือนนั้นยังคงเป็นเรือนหลังเดิม มีนางกำนัลและขันทีมาปัดกวาดทำความสะอาดทุกวัน เพียงแต่ในแปลงสมุนไพรไม่มีสมุนไพรอ อีกแล้ว หลงเหลือให้เห็นเพียงดินว่างเปล่า ยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้ดูรกร้าง
หลายวันนี้เซียวเยี่ยนงานล้นมือ กระทั่งไม่มีเวลาไปเยี่ยมสุ่ยฉ่ายชิง เมื่อสุ่ยฉ่ายชิงต้องอยู่คนเดียวจึงคิดมากอย่างเลี่ยงได้ยาก คิดไปคิดมาก็อดที่จะร้องไห้ฟูมฟายไม่ได้ ร่างกายอ อ่อนแอจึงล้มป่วยอีก
วันนั้นหลังจากนางได้รู้เรื่องที่เซียวเยี่ยนออกไปตามหาหลินชิงเวยทั้งคืนจากปากของเสี่ยวฉี ก็เหมือนมีหนามแหลมคมทิ่มแทงอยู่กลางอก ดึงอย่างไรก็ดึงไม่ออก เมื่อไปสัมผัสถูกมันก ก็รู้สึกราวกับถูกหนามนั้นคว้านลึกเข้าไปในจิตใจให้ต้องเจ็บปวด
เซียวเยี่ยนได้ยิน