็ดีจนไม่มีอะไรจะเปรียบแล้ว นางยังสามารถหาที่สำหรับห หลบลมหลบฝนได้
ทำให้นางรู้สึกเป็นกันเอง รู้สึกฝาดเฝื่อนในใจ
วันรุ่งขึ้นหลินชิงเวยนอนจนสายโด่งจึงตื่นขึ้น ไม่มีผู้ใดมารบกวนนาง นอกหน้าต่างมีเสียงร้องจุ๊บจิ๊บของนกและกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ถูกสายลมพัดเข้ามา
นางนวดคลึงขมับของตน เมื่อเอียงหน้าไปมองเห็นบนโต๊ะมีน้ำแกงสร่างเมาถ้วยหนึ่ง น้ำแกงสร่างเมายังอุ่นอยู่เล็กน้อย ไม่รู้ว่ามาวางไว้ที่นี่ตั้งแต่เมื่อใด นางรู้สึกลำคอแห้งผากขึ นมาอีก จึงยกน้ำแกงสร่างเมาขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดถ้วย
หลินชิงเวยเปิดประตูห้องเดินออกไป ด้านนอกเป็นลานเรือนแปลกตาอันเงียบสงบ ภายในลานเลือนมีร่มเงาจากต้นไม้ใบหญ้าและดอกไม้บานสะพรั่ง
เสียงเสียดสีกันของโลหะดังเข้ามาในโสตประสาทให้ความรู้สึกแหลมบาดหูเล็กน้อย ฟังแล้วดูเหมือนสั่นสะเทือนในหูอยู่บ้าง แต่กลับไพเราะเสนาะหูยิ่ง
นางมองไปแวบเดียวก็เห็นหลีเช่อนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ อาภรณ์สีแดงนั้นระไปกับพื้นเห็นเพียงเงาร่างด้านข้างของเขา เส้นผมยาวดำขลับของเขาทิ้งตัวลงบนอาภรณ์