วร่างกายที่แข็งค้างค่อยๆ เลี้ยวเข้าไปในตรอก ทว่ากลับมองไม่เห็นเงาร่างของหลินชิงเวยและไม่รู้ว่านางไปที่ใดแล้ว
หลินชิงเวยเดินเท้าไม่ติดพื้นอยู่ในตรอกเล็กๆ นางไม่รู้เช่นกันว่านางมาถูกทางหรือไม่ แต่คลับคล้ายคลับคลาว่าอยู่บริเวณนี้
เดินมาถึงหน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง ยามนี้ประตูสีแดงชาดปิดสนิทนานแล้ว หลินชิงเวยก้าวเข้าไปเคาะประตูกับห่วงโลหะบนประตู นางรออยู่นานยิ่งจึงมีคนมาเปิดประตูทั้งสะลึมสะลือ
หลินชิงเวยมองบ่าวชายถือตะเกียงมาเปิดประตูด้วยดวงตาพร่าเลือน นางถามขึ้นว่า “หลีเช่ออยู่หรือไม่ ข้ามาหาหลีเช่อ”
บ่าวชายรีบกลับไปรายงาน หลินชิงเวยยืนไม่มั่นคงนัก นางไถลตัวลงมาตามเสาเรือน ในที่สุดก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นปิดตานอนหลับ
แสงไฟจากโคมไฟภายในจวนสาดส่องใบหน้าด้านข้างของนาง เห็นได้ชัดว่าทั้งซูบผอมและบอบบาง
เวลานี้ที่จริงหลีเช่อนอนหลับไปแล้ว ได้ยินบ่าวชายบรรยายรูปพรรณของผู้มาเยือนจึงคาดเดาได้ว่าน่าจะเป็นหลินชิงเวย เขาคว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วรีบเดินออกไปดู ปรากฏว่าเห็นหลินชิงเวยนั่งเอนกายพิงกับเสาประตูนอนหลับไปเสียแล้ว
หลีเช่อเดินเข้าไปใกล้แล้วถึงกับตะลึงงัน เขาได้กลิ่นสุราฉุนกึกจากร่างของหลินชิงเวยจึงอดขม