เช่อมีสีหน้ายุ่งยากใจ เมื่อก่อนเขาต้องควักเงินซื้อหน้ากากหนังมนุษย์จากผู้อื่นชิ้นละอย่างต่ำร้อยตำลึง อีกทั้งต้องเป็นคนในยุทธภพจึงจะมีสิ่งของประเภทนี้ นี่เป็นสิ่งของมีมูลค่านับร้อยตำลึง
หลินชิงเวยพูดอย่างเห็นขัน “เจ้าไม่ต้องจริงจังเช่นนี้ แม้เจ้าจะหน้าตางดงาม แต่ยังนับว่าเจ้ายังคงปลอดภัย ข้าไม่มีความคิดนอกลู่นอกทางอันใดกับเจ้า”
“ห้ามพูดว่างดงาม ต้องพูดว่าหล่อเหลา!” หลีเช่อแก้ไขคำพูดให้ถูกต้อง “เช่นนั้นเอาอย่างนี้เถิด ข้ารับหน้ากากหนังมนุษย์จากเจ้าแล้ว ย่อมต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่ผู้อื่นปฏิบัติกับตน ข้ามอบปิ่นปักผมให้เจ้าอันหนึ่งเป็นอย่างไร?”
หลินชิงเวยหรี่ตาลง “ปิ่นปักผมธรรมดาข้าไม่ต้องการ”
หลีเช่อค้อนปะหลับปะเหลือก “ขอร้องเถิด ปิ่นปักผมธรรมดา ข้าก็ไม่คิดจะทำเช่นกัน! ปิ่นปักผมที่ข้าทำล้วนมีกลไกอยู่ในนั้น!”
หลินชิงเวยหัวเราะขึ้นมา รอยยิ้มนั้นประดุจสายน้ำ ราวกับห้องทั้งห้องพลันสว่างขึ้นมา “ก็ดีน่ะสิ”
หลีเช่อให้หลินชิงเวยกินข้าวกลางวันในจวน หลินชิงเวยตอบรับด้วยความยินดี นางพบว่ารสชาติอาหารที่หลีเช่อชอบกินคล้ายคลึงกับนาง นี่คงเป็นเพราะมีวาสนาต่อกันจริงๆ
หลังจากกินมื้อกลางวันแล้วพักผ่อนครู่ห