บมาถึงตำหนัก ทำให้นางได้สติจากอาการเมาสุราไม่น้อย
ยามนี้นางเหลือเพียงความรู้สึกยากจะทานทน ในกระเพาะปวดแสบปวดร้อนไปหมด ปวดหัวราวกับสมองขาดน้ำ ริมฝีปากของนางแห้งผาก เวลานี้นางสามารถดื่มน้ำสองกาใหญ่ได้เลยทีเดียว
เพียงแต่ทันทีที่นางก้าวเข้าไปในเรือน นางพบว่าภายในเรือนมีคนผู้หนึ่งยืนอยู่
เซียวเยี่ยนยืนรออยู่ในลานเรือนเงียบๆ นานแล้ว วันนี้เขารู้จากปากนางกำนัลว่าเซียวจิ่นเชิญหลินชิงเวยไปดื่มสุราที่ตำหนักซวี่หยาง เขาถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับ
หลินชิงเวยดื่มสุราไม่เป็น อีกทั้งกลางดึกเงียบสงัดไร้ผู้คน นางยังไม่กลับมา เขาจึงมารอที่นี่ถึงหนึ่งชั่วยามเต็มๆ
ยามนี้หลินชิงเวยกลับมาพร้อมกลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั้งตัว เซียวเยี่ยนอดขมวดคิ้วไม่ได้
หลินชิงเวยเพิ่งจะเดินเข้ามาได้สองก้าวก็หยุดลง นางหรี่ตาลง เห็นเงาร่างของคนที่อยู่ใต้แสงจันทร์ ยังคิดว่าเป็นตนเองที่จินตนาการไปเอง หลังจากแน่ใจแล้วว่าเงาร่างที่เห็นนั้นเป็นความจริงมิใช่จินตนาการ หลินชิงเวยหมุนกายเดินออกไปด้านนอกเรือน พูดกับตนเองว่า “ข้าถึงกับมาผิดที่”
เซียวเยี่ยนพูดขึ้นด้านหลัง “เจ้าไม่ได้มาผิดที่”
หลินชิงเวยหยุดกึกจากนั้นหมุนกายกลับไป นางใช้มือเคาะหน