าบทูลฝ่าบาทแล้วขอรับ”
“กงกงค่อยๆ เดิน”
หลังจากกงกงออกไปแล้ว หลินเสวี่ยหรงถลึงตามองหลินชิงเวย ลูกนัยน์ตานางแทบจะถลนออกมานอกเบ้า หลินเสวี่ยหรงกล่าวว่า “หลินชิงเวย เจ้ามีจิตใจชั่วร้ายเช่นนี้ ต่อให้ข้าต้องกลายเป ป็นผีก็ไม่มีวันปล่อยเจ้า!”
หลินชิงเวยหัวเราะเบาๆ “หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะรีบออกไปจากที่นี่ อีกประเดี๋ยวอาจจะมีคนจากตำหนักซวี่หยางมาตามตัวเจ้าไปไต่สวน”
หลินเสวี่ยหรงหวาดกลัวเช่นกัน นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า “เจ้ารอข้าก่อนเถอะ!” จากนั้นนางรีบออกจากเรือนไป
เสียงของหลินชิงเวยลอยตามลม ไล่หลังเงาร่างของนางมา “เพียงแต่ยามนี้ต่อให้หนีเร็วกว่านี้แล้วจะมีประโยชน์อันใดเล่า หนีเร็วกว่านี้ ทำให้เจ้าปลอดภัยภัยได้หรือ?”
เรื่องเช่นภัยออกจากปากนี้ ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับหลินชิงเวยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันนางมิได้บีบบังคับให้หลินเสวี่ยหรงพูด ต่อไปจะเป็นอย่างไร ล้วนเป็นชะตาชีวิตของหลินเสวี่ยหรง งเองแล้ว
หลินชิงเวยหันกลับมาในเวลานี้ นางจับได้คาหนังคาเขาว่าซินหรูฟุบอยู่บนขอบหน้าต่าง นางหลบเข้าไปไม่ทัน
ซินหรูได้แต่