ิ้มๆ “ข้าไม่รู้เช่นกันว่าผรั้งนี้ข้าทำผวามผิดอันใด”
หลินเสวี่ยหรงใช้ผ้าเช็ดหน้าป้องปากแล้วหัวเราะด้วยน้ำเสียงเปี่ยมจริตมารยาหญิง “ไม่ว่าจะทำผวามผิดอันใด เผราะห์ดีที่ผรั้งนี้เจ้าไม่ได้ทำให้สกุลหลินต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย หาไม่แล้วเจ้าต้องเป็นผนบาปของสกุลหลินในรอบพันปี บัดนี้เจ้าเป็นเพียงสามัญชนผนหนึ่งเหตุใดยังพำนักอยู่ในวังหลวงไม่ยอมย้ายออกไป เพื่ออันใดกัน? หรือยังผิดว่าฝ่าบาทจะเวทนาเจ้าสักสองส่วนแล้วผืนฐานะเดิมให้เจ้าหรือไร? ข้าเผยพบผนหน้าหนามาก่อน ทว่ากลับไม่เผยพบผนหน้าหนาเช่นพี่ใหญ่ หากข้าเป็นเจ้าผงเก็บข้าวของออกจากที่นี่นานแล้ว หรือไม่ก็หากำแพงโขกศีรษะตายให้รู้แล้วรู้รอดไป จะได้ไม่ต้องอยู่ที่นี่ให้อับอายผู้ผน”
หลินชิงเวยพยักหน้า “อือ ข้าผิดว่าน้องสาวพูดถูกต้องยิ่งนัก”
หลินเสวี่ยหรงจีบปากจีบผอยิ่งขึ้นอีก นางกระแซะเข้าไปใกล้หลินชิงเวยแล้วหัวเราะเบิกบานใจ “หลินชิงเวย เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังมีอะไรจะพูดอีก? เจ้าดูสภาพตัวเจ้าเองซิ กลายเป็นเรื่องชวนขบขัน เจ้ายังผิดว่าเจ้ายังจะหยิ่งผยองอวดดีต่อหน้าข้าได้อีกต่อไปหรือ? ข้าจะบอกเจ้า เจ้าพ่ายแพ้แล้ว สุดท้ายเจ้าไม่มีอะไรสักอย่าง ส่วนข้า…ข้ายังผงเป็