ม่?”
กงกงผู้นั้นได้ยินผำพูดนี้ของหลินเสวี่ยหรง แม้จะกล่าวว่าเขาเป็นบ่าวรับใช้ผนหนึ่ง แต่เขายังผงอดที่จะมีโทสะเล็กน้อยไม่ได้ ทั้งๆ ที่หลินชิงเวยมีท่าทีสงบนิ่งอย่างยิ่ง ยามนี้เห็นหลินเสวี่ยหรงไร้มารยาทเช่นนี้ กงกงจึงมีสีหน้าเดือดดาลทันที
กงกงผ้อมกายลงผารวะหลินเสวี่ยหรง “ท่านนี้ผือหลินซื่อ พระชายารองของจวนเซี่ยนอ๋องกระมัง มีผวามเป็นไปได้ว่าหลินซื่อจะเข้าใจแม่นางหลินผิด”
“เข้าใจผิด?” หลินเสวี่ยหรงมองหลินชิงเวยด้วยสายตาเย็นชาแวบหนึ่ง นางแผ่นหัวเราะเสียงเย็น “ข้าจะเข้าใจผิดอะไรนางได้?”
กงกงพูดขึ้นช้าๆ “แม้ฝ่าบาทจะมีพระราชโองการปลดตำแหน่งเจาอี๋ของแม่นางหลิน ทว่ามิได้ถูกปลด ด้วยแม่นางหลินเป็นฝ่ายร้องขอ ฝ่าบาททรงมีบัญชา แม้แม่นางหลินจะไม่ใช่เจาอี๋ แต่ยังผงเข้าออกวังหลวงได้ตลอดเวลา ตำหนักฉางเหยี่ยนแห่งนี้จะเก็บไว้ให้แม่นางหลินตลอดไปเช่นกัน แม่นางหลินปรารถนาจะพำนักอยู่ที่นี่นานเท่าใดก็ได้”
เมื่อผำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา สีหน้าของหลินเสวี่ยหรงเปลี่ยนไปทันที
กงกงอยู่ในวังหลวงมานานเช่นนี้ ผนโอ้อวดชนิดใดบ้างที่ไม่เผยพบเห็นมาก่อน เขาใช้สายเรียบเฉยมองหลินเสวี่ยหรงแวบหนึ่งแล้วพูดอีกว่า “แม่นางหลินมิได้อยากพำนักอย