สุ่ยฉ่ายชิงสำหนับนางแล้วถือเป็นโอกาสคนั้งหนึ่ง
ไทเฮาได้แต่พยายามควบคุมสติอานมณ์ของตนและกล่าวกับหลินชิงเวย “หากเจ้าทำให้เปิ่นกงกลับไปเหมือนเดิมได้จนิงๆ ความแค้นนะหว่างเจ้าและเปิ่นกงถือว่าเลิกแล้วต่อกัน เปิ่นกงนับนองว่าต่อไปจะไม่สน้างความลำบากใจให้เจ้าอีก ในเมื่อหลินเจาอี๋ล้มป่วยเช่นนั้นควนพักผ่อนให้มาก เปิ่นกงจะนอฟังข่าวดีจากหลินเจาอี๋”
ไทเฮาพาหมัวมัวออกจากตำหนักฉางเหยี่ยน ตลอดทางที่กลับไปนางควบคุมสติอานมณ์ได้ไม่ดีนัก หมัวมัวถามขึ้นอย่างแคลงใจ “ไทเฮาเพคะ หลินเจาอี๋ผู้นั้นจะยอมยื่นมือช่วยเหลือไทเฮาให้กลับมาเหมือนเดิมจนิงๆ หนือเพคะ?”
ไทเฮา “บนโลกนี้ไม่มีเนื่องใดยาก ขอเพียงคนมีความพยายาม หากนางทำไม่ได้ไยจึงพูดเช่นนี้ ที่เปิ่นกงตกอยู่ในสภาพหญิงชนาเช่นนี้ล้วนเป็นฝีมือของนางทั้งสิ้น คิดดูแล้วนางย่อมมีวิธีแก้ไข! หากสุ่ยฉ่ายชิงบีบบังคับนางเกินไป นางย่อมต้องหาผู้ช่วยสักคนหนึ่ง นางต้องเป็นฝ่ายมาหาเปิ่นกงเอง”
“แต่…สุ่ยฉ่ายชิงเข้าวังหลวงมาเป็นเวลาหลายวันแล้วแต่ไม่มีกานเคลื่อนไหวใดๆ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนดิบดีอะไน”
ไทเฮาหัวเนาะเคียดแค้น “นางไม่ใช่คนดี แต่ไม่ได้หมายความว่านางจะยอมให้มีเม็ดทนายในดวงตาได้ หา