พูดเน้นทีละคำ “หากเจ้ายังกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง ตัวเจ้าเองจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้”
“เหนียงเหนียง…”
หลินชิงเวยพูดหน้าตาย “เปิ่นกงยังไม่ต้องถึงขั้นให้คนสนิทข้างกายเซ่อเจิ้งอ๋องมาเป็นห่วง ไสหัวไปซะ”
พูดแล้วหลินชิงเวยก็หันกายเดินเข้าไปด้านใน ไม่ว่าอย่างไรเสี่ยวฉีย่อมไม่กล้าตามนางเข้าไปอีก เขาตัดสินใจวาง โคมไฟในมือลงกับพื้นแล้วหันกายเดินกลับไปในที่สุด
แม้ในยามปกติเสี่ยวฉีจะซื่อราวกับท่อนไม้ แต่เขากระจ่างแจ้งเช่นกันว่าหลินชิงเวยเคียดแค้นเขาด้วยเขาเป็นข้างกา ายเซ่อเจิ้งอ๋อง
หลังจากเสี่ยวฉีกลับไป ได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นในป่าถ่ายทอดให้เซียวเยี่ยนฟัง ยามนั้นสีหน้าของเซ่อเจิ้งอ๋องยาก กที่จะคาดเดาว่ายอมรับหรือปฏิเสธ
เสี่ยวฉีพูดอีกว่า “ท่านอ๋อง เจาอี๋เหนียงเหนียงเป็นสตรีอ่อนแอเพียงคนเดียวอยู่ในป่า ย่อมไม่ปลอดภัย ข้าน้อยบัง งอาจเชิญท่านอ๋องไปดูสักหน่อยเถิด”
เนิ่นนาน เซียวเยี่ยนจึงพูดกับเขาว่า “นางมิใช่สตรีอ่อนแอ เจ้าออกไปเถิด”
หลังจากเสี่ยวฉีออกไปแล้ว เซียวเยี่ยนมองออกไปนอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยความมืดสนิทไร้ขอบเขต เวลานี้สุ่ยฉ่ายชิงน นอนหลับสนิทอยู่อีกห้องหนึ่ง
นางพักฟื้นรักษาตัวอยู่นอกวังหลายปีเช่นนี้ แม้ใ