เสี่ยวฉีรีบก้มหน้างุด “ข้าน้อยโง่เขลา”
หลินชิงเวยไม่อ้อมค้อม ถามอย่างตรงไปตรงมา “เซียวเยี่ยนไปที่ใด?”
“ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ”
“เงยหน้าขึ้นมา” เสี่ยวฉีถูกบังคับให้เงยหน้า หลินชิงเวยก้าวเข้ามายืนเบื้องหน้าเขา พูดช้าๆ ชัดๆ ทีละคำ “หากเป็นลูกผู้ชายจริง มองตาข้าแล้วบอกว่ากับข้าว่าเจ้าไม่รู้ หืม?”
เสี่ยวฉีขยับลูกกระเดือก เนิ่นนานผ่านไปแล้วก้มหน้าลงอีก “ข้าน้อยไม่ทราบจริงๆ ขอรับ”
หลินชิงเวยหรี่ตาลง “พวกเจ้าต่างรู้ดีว่าเขาไปที่ใดใช่หรือไม่ ฝ่าบาทรู้ เจ้าก็รู้เช่นกัน แต่ไม่ยินยอมที่จะบอกกล่าวกับข้า ข้าถามเจ้าบริเวณใกล้เคียงเมืองจิงโจวมีสิ่งใดหรือไม่?” นางไม่มีวันลืมสีหน้าที่ปรากฏบนใบหน้าของเซียวเยี่ยน เมื่อเขาลืมตัวยามยืนอยู่บนภูเขาสูง
เสี่ยวฉียังคงยืนยันเสียงแข็ง “นั่นเป็นเรื่องของท่านอ๋อง ท่านอ๋องไปที่ใด ทำสิ่งใด ไม่มีเหตุผลต้องรายงานกับข้าน้อย ข้าน้อยไม่มีสิทธิ์จะไปก้าวก่ายหรือถามไถ่ อีกทั้งตัวข้าน้อยอยู่เมืองหลวง ไม่ทราบจริงๆ ว่าท่านอ๋องไปทำอะไรขอรับ”
หลินชิงเวยกระชากคอเสื้อเสี่ยวฉี แนบใบหน้าเข้าใกล้ใบหน้าของเสี่ยวฉี ถามเสียงเย็นว่า “เช่นนั้นเจ้าไม่กังวลเลยหรือไร?”
แววตาของเสี่ยวฉีไหววูบ
หลินชิงเวยปล่อยเขากะทันหัน “ด