หลินชิงเวยเลิกคิ้ว “แม้แต่ฝ่าบาทก็ไม่ทรงทราบหรือไร? ข้ายังคิดว่าฝ่าบาททรงมอบภารกิจอื่นให้เขาไปทำเสียอีก ดังนั้นเขาจึงจากไปโดยไม่ลาสักคำ” หลินชิงเวยยักไหล่ “ข้าไม่รู้เช่นกันว่าเขาไปที่ใด”
เซียวจิ่นถาม “เสด็จอาหายตัวไปที่เมืองจิงโจวใช่หรือไม่?”
“อืม”
เซียวจิ่นสะดุดใจ เขาสามารถคาดเดาได้ถึงแปดเก้าส่วน “เขาอาจจะ…” พูดได้ครึ่งหนึ่งกลับไม่พูดให้จบประโยค
หลินชิงเวยรอฟังอยู่ครู่หนึ่งจึงถามขึ้นว่า “เขาอาจจะอะไร?”
เซียวจิ่นส่ายหน้าแล้วยิ้มบางๆ “ไม่มีอะไร เจิ้นคิดว่าเขาเพียงแต่ไปผ่อนคลายจิตใจกระมัง ไม่แน่ว่าเวลานี้อาจอยู่ระหว่างทางกลับมาแล้วก็เป็นได้”
มาถึงตำหนักฉางเหยี่ยน เซียวจิ่นส่งหลินชิงเวยเข้าวังอย่างเงียบเชียบ
เดิมทีซินหรูกำลังใส่ปุ๋ยให้สมุนไพรอยู่ในแปลง ได้ยินเสียงสนทนาและเสียงหัวเราะอยู่ข้างหลัง นางหันกลับไปเห็นหลินชิงเวยยืนอยู่หน้าประตูตำหนัก ซินหรูคิดว่าตนเองตาฝาด จึงอดที่จะขยี้ตาไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าจะถูกมือที่เปื้อนปุ๋ยเหล่านั้นทำให้แสบตาจนน้ำตาไหล นางโถมกายเข้าไปร่ำไห้ในอ้อมกอดของหลินชิงเวย ร้องไห้โฮใหญ่โต
หลินชิงเวยหรี่ตาลง นางลูบศีรษะซินหรู “เสี่ยวฉีรังแกเจ้าใช่หรือไม่?”
ซินหรูส่ายหน้าพูดทั้งส