จะไปพาตัวสตรีนางนั้นมาขอรับ”
หลินชิงเวยไม่คิดว่านางเป็นมือสังหารตั้งแต่แรก ด้วยเมื่อนางเห็นเงาร่างบอบบางนั้นแล้วรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาสองส่วนทันที
เพียงไม่นานสตรีนางนั้นก็ถูกนำตัวมาอยู่เบื้องหน้า เรือนร่างบอบบางของนางถูกองครักษ์ประคองขึ้นรถม้า แม้นางจะสวมอาภรณ์ผ้าฝ้ายธรรมดา ทว่าท่วงท่าการเดินเหินและบุคลิกของนางทำให้ขุนนางและเหล่าทหารปฏิบัติต่อนางอย่างมีมารยาท
ภายในรถม้ากว้างขวางอย่างยิ่ง ย่อมไม่ใช่ปัญหา หากรับสตรีร่วมโดยสารเพิ่มขึ้นนางหนึ่ง
สตรีอายุเยาว์ก้มหน้าต่ำ เมื่อเข้ามานางคุกเข่าอยู่บนพื้น น้ำเสียงอ่อนโยน “บ่าวคารวะเซ่อเจิ้งอ๋องเจ้าค่ะ”
เซียวเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยทว่าไม่ได้พูดจา เขาเพียงแต่มองหลินชิงเวยแวบหนึ่ง
เมื่อเห็นในแววตาของหลินชิงเวยมีรอยยิ้มบางๆ ดูท่าแล้วสตรีนางนี้มิใช่คนแปลกหน้าเสียทีเดียว เขาจึงไม่พูดอะไร
สตรีนางนั้นคุกเข่าอยู่ครู่หนึ่ง หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าลุกขึ้นเถิด”
สตรีนางนั้นตะลึงงันในลำดับแรก นางคิดไม่ถึงว่าภายในรถม้าของเซ่อเจิ้งอ๋องจะมีสตรีอื่นอยู่ด้วย นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้น วินาทีที่ประสานสายตากับหลินชิงเวย คนทั้งคนก็มีสีหน้าเกร็งค้างต่อมาแปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว
หรือก