เสี่ยวเอ้อร์วิ่งเข้าไปฟุบตัวลงกับโต๊ะเก็บเงินแล้วพูดตะกุกตะกักว่า “หลงจู๊ ข้างนอก ข้างนอก…”
“ข้างนอกมีผี?” หลงจู๊ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
“ครั้งก่อน แม่นางท่านนั้นที่มาพักอยู่ในโรงเตี๊ยมของพวกเรากลับมาแล้ว!”
หลงจู๊ได้ยินเช่นนั้นจึงหยุดดีดลูกคิดในมือ เงยหน้าขึ้นถามว่า “เจ้าพูดอะไรนะ?”
แม่นางท่านนั้นที่มาพักในโรงเตี๊ยมครั้งก่อนที่เขาพูดถึงจะเป็นใครได้อีกเล่า? เวลานั้นหลงจู๊หญิงไม่รอฟังคำตอบของเสี่ยวเอ้อร์ นางเดินออกไปหน้าประตูใหญ่อย่างเร่งรีบ เมื่อมองออกไปเห็นเพียงผู้คนสัญจรไปมาหน้าร้าน หลงจู๊หญิงสอดส่ายสายตามองหาอยู่ครู่หนึ่งกลับไม่เห็นเงาร่างอันคุ้นเคยของสตรีแม้แต่คนเดียว
เสี่ยวเอ้อร์ตามออกมาเมียงมองซ้ายขวาและรอบๆ บริเวณ อดพูดอย่างประหลาดใจไม่ได้ว่า “เอ๊ะ คนเล่า? เมื่อสักครู่ยืนอยู่ที่นี่แท้ๆ ไฉนเพียงชั่วพริบตากลับไม่เห็นแล้ว? หรือเป็นเพราะข้าตาพร่า?”
หลงจู๊หญิงยกมือขึ้นเขกหน้าผากเขาครั้งหนึ่ง “ทำให้บัญชีที่ข้ากำลังคิดคำนวณอยู่เลอะเลือนไปหมดแล้ว ยามนี้เจ้าเพิ่งจะมาบอกว่าเจ้าตาพร่า? ยังไม่รีบกลับไปทำงานอีก!”
เสี่ยวเอ้อร์นวดคลึงหน้าผากป้อยๆ เดินกลับเข้าไปอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม หลงจู๊หญิงยืนอยู่หน